Monthly Archives: พฤษภาคม 2014

10 ประเทศที่ประกาศแบนเฟซบุ๊ก

เรียบเรียงจาก  เผยรายชื่อ 10 ประเทศที่ประกาศแบนเฟซบุ๊ก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก islandcrisis.net

facebookbanned

หลังจากที่มีข่าวลือกันในโซเชียลเน็ตเวิร์กว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะดำเนินการปิดเฟซบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดัง ที่ปัจุจบันทั่วโลกมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กมากถึง 1,251 ล้านราย เพื่อป้องกันการปลุกปั่นยุยงให้เกิดความแตกแยกในสังคม จนเป็นเหตุให้ คสช. ต้องออกมาชี้แจงพัลวัน โดยยืนยันว่า ไม่มีคำสั่งบล๊อคเฟซบุ๊กแต่อย่างใด เหตุที่มีผู้ใช้บางส่วนเข้าใช้ไม่ได้เมื่อเวลาประมาณ 15.45 น. ของวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมานั้น เป็นข้อผิดพลาดทางเทคนิค

อย่างไรก็ดี ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ก็ระบุว่า เตรียมประสานไปยังต่างประเทศ เพื่อขอปิดบัญชีเฟซบุ๊กเป็นรายบัญชีในกรณีที่พบการโพสต์ข้อความ ภาพ หรือคลิปที่มีการยั่วยุ ปลุกปั่น บิดเบือน หรืออื่นใดอันขัดต่อประกาศของ คสช.

แต่รู้ไหมว่า การสั่งบล๊อก หรือแบนเฟซบุ๊กนั้น เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเช่นกัน ซึ่งจากข้อมูลของเว็บไซต์ indexoncensorship.org พบว่า ที่ผ่านมาประเทศที่เคยมีการปิดเฟซบุ๊ก หรือแบนยาวนานจนถึงปัจจุบัน มีมากถึง 10 ประเทศ ดังนี้

1. เกาหลีเหนือ

แม้เกาหลีเหนือจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวใช้ 3G ได้ แต่สำหรับประชาชนในประเทศยังคงถูกจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอยู่ดี แต่เรื่องนี้ก็ดูจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเกาหลีเหนือเท่าใดนัก เพราะคนในประเทศก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติในขอบเขตเสรีภาพที่ถูกจำกัด โดยเกาหลีเหนือมีเพียงอินทราเน็ต Kwangmyong ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกใช้สำหรับส่งข้อความอวยพรวันเกิดเท่านั้น

 2. อิหร่าน

เฟซบุ๊กถูกแบนอย่างเป็นการในอิหร่าน หลังการเลือกตั้งปี 2009 เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้าน แม้การเข้าถึงเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ในประเทศอิหร่านเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง แต่ประธานาธิบดี ฮัสซัน โรว์ฮานี กลับมีทวิตเตอร์เป็นของตัวเอง

 3. จีน

เฟซบุ๊กถูกบล็อกในจีนนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2009 หลังเกิดการประท้วงโดยชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์ ในอุรุมชี ซึ่งใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร วางแผนการ ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องออกกฎควบคุมอินเทอร์เน็ต ลบโพสต์ รวมถึงบล็อกการเข้าถึงเฟซบุ๊ก

 4. คิวบา

แม้เฟซบุ๊กจะไม่ได้ถูกแบนอย่างเป็นทางการ แต่ประชาชนกลับเข้าถึงเฟซบุ๊กได้ยาก มีเพียงนักการเมือง สื่อ และนักศึกษาแพทย์เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ ส่วนคนทั่วไปหากต้องการออนไลน์ในสื่อสังคมออนไลน์ก็สามารถไปตามอินเทอร์เน็ตคาร์เฟ่ได้แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง 6-10 เหรียญต่อชั่วโมง ในขณะที่รายได้ของคนส่วนใหญ่อยู่ที่ 20 เหรียญต่อชั่วโมงเท่านั้น

 5. บังกลาเทศ

เฟซบุ๊กถูกสั่งปิดในบังกลาเทศปี 2010 หลังจากที่มีการโพสต์ภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัด รวมถึงผู้นำประเทศ จนทำให้ชายผู้โพสต์ถูกจับกุมตัวและมีการแบนเฟซบุ๊กนานนับสัปดาห์ หลังจากนั้น รัฐบาลบังกลาเทศจึงมีการเฝ้าระวังการโพสต์หมิ่นในเฟซบุ๊ก และสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ อย่างใกล้ชิด

 6. อียิปต์

หลังจากที่ประชาชนลุกฮือต่อต้านประธานาธิบดีมูบารัค ก็ทำให้รัฐบาลอียิปต์ระงับการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ทันทีทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ ฮอตเมล และกูเกิล เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประท้วงใช้เฟซบุ๊กในการปลุกระดม สร้างความไม่สงบในประเทศ

 7. ซีเรีย

เฟซบุ๊กถูกบล็อกในซีเรียนับตั้งแต่ปี 2007 เพื่อเป็นการลงโทษขั้นรุนแรง ภายหลังการเคลื่อนไหว ทางการเมืองเพื่อต่อต้านรัฐบาล อีกทั้งรัฐบาลกลัวการแทรกซึมจากอิสราเอลในสื่อออนไลน์ของซีเรีย

 8. มอริเซียส

ในปี 2007 รัฐบาลมอริเซียสได้ค้นพบว่า มีเพจเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมาโดยอ้างว่า เป็นเพจของนายกรัฐมนตรี Navin Ramgoolam แห่งมอริเซียส ทางรัฐบาลจึงสั่งแบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กทั้งหมด แต่คำสั่งแบนนั้นอยู่ได้ไม่นาน เพราะในวันต่อมาผู้คนก็สามารถเข้าใช้เฟซบุ๊กได้เหมือนเดิม และในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่า Ramgoolam จะมีเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการจริง ๆ ของตัวเองแล้ว

 9. ปากีสถาน

เฟซบุ๊กในปากีสถานถูกบล็อกในปี 2010 ประมาณ 2 สัปดาห์ ด้วยเหตุผลด้านศาสนา หลังมีการเปิดการแข่งขันวาดภาพศาสดาผ่านทางเฟซบุ๊ก ปัจจุบันใช้งานได้แล้ว แต่เว็บไซต์ยูทูบยังถูกปิดกั้น

 10. เวียดนาม

ประเทศเวียดนามบล็อกเฟซบุ๊กหลังเดือนกันยายน ปี 2009 ประมาณ 1 สัปดาห์ จากข่าวลือว่ารัฐบาลเวียดนามเป็นผู้สั่งบล็อก แต่ทางรัฐบาลก็ออกมาปฏิเสธ โดยในเดือนกันยายนปี 2013 รัฐบาลเวียดนามได้ออกกฎหมายห้ามประชาชนวิพาษก์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลบนเฟซบุ๊ก อย่างไรก็ตาม การบล็อกเฟซบุ๊กในเวียดนามก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเล่นสังคมออนไลน์ของประชาชน เพราะสามารถใช้งานผ่านทาง VPN ที่ใช้งานอย่างแพร่หลายได้

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์กระปุกดอทคอม..
ที่มา : http://fbguide.kapook.com/view89488.html

ความมหัศจรรย์ของกราฟิน (Graphene) กุญแจสำคัญสู่การผลิตสินค้าไอทีในอนาคต

       หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับกราฟิน (graphene) หรือวัสดุที่มีโครงสร้างอันเกิดจากการจัดเรียงกันของคาร์บอนอะตอมแบบวงหกเหลี่ยม (Hexagonal configuration) ในแนวระนาบ 2 มิติ หลายๆวงต่อกัน มีความสามารถด้านการนำไฟฟ้า และมีความเสถียรของรูปร่างอย่างมาก ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วนี้เอง Samsung ได้ประกาศว่าทางบริษัทค้นพบวิธีการผลิตแบบใหม่ซึ่งสามารถนำกราฟินมาใช้งานกับสินค้าเชิงพาณิชย์ในเร็วๆ นี้ และยังส่งผลให้วัสดุที่ว่ามีความยืดหยุ่นสูงอีกด้วย และ Samsung เองก็เชื่อว่าถ้านำวิธีการดังกล่าวมาผลิตจอแสดงผลที่มีความโค้งและมีความยืดหยุ่นสูงกว่าแบบที่เห็นบนโทรทัศน์จอโค้ง สมาร์ทโฟนจอโค้ง หรืออุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์จอโค้งที่มีอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย

        น่าเสียดายที่ในตอนนี้เรายังไม่มีโอกาสได้เห็นผู้ผลิตรายไหนนำกราฟินมาใช้เป็นวัสดุประกอบหน้าจอแสดงผลบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต แต่เชื่อว่ามีบริษัทจำนวนมากยอมทุ่มเม็ดเงินไปกับการพัฒนากราฟินเพื่อให้นำมาใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้

       คลิปวิดีโอที่นำมาเสนอเป็นตอนหนึ่งในรายการ The One Show ของสถานี BBC ซึ่งจะอธิบายว่ากราฟินมีคุณลักษณะที่แข็งแกร่งกว่าเพชร นำไฟฟ้ามากกว่าทองแดง มีความยืดหยุ่นมากกว่ายาง และก็บางจนกระทั่งแทบจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า

       ในอนาคตข้างหน้า กราฟินจะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายและเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาอุปกรณ์สมาร์ทโฟน อุปกรณ์สวมใส่ที่มีความยืดหยุ่นสูง หรือแม้กระทั่งนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของแบตเตอรี่ที่โค้งงอได้ ซึ่งบริษัทไอทีทั่วโลกกำลังเผชิญกับข้อจำกัดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและข้อจำกัดด้านการออกแบบ แกรฟินจะเป็นตัวแปรสำคัญซึ่งตอนนี้ได้รับความสนใจจากยักษ์ใหญ่วงการไอทีทั้ง Apple, Samsung และ Google

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ Siamphone.com

ที่มา : http://news.siamphone.com/news-17158.html