Monthly Archives: พฤศจิกายน 2012

9 สิ่งที่คุณไม่ควรเก็บมาใส่ใจให้ปวดหัว

เรียบเรียงจาก 9 สิ่งที่คุณไม่ควรเก็บมาใส่ใจให้ปวดหัว

9 สิ่งที่คุณไม่ควรเก็บมาใส่ใจให้ปวดหัว

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

        ในชีวิตของคนเรามีทั้งสุขและทุกข์วนเวียนปะปนกันไป ซึ่งหลาย ๆ คนมักจะคิดว่าความสุขอยู่กับเราไม่ได้นานเดี๋ยวมันก็ผ่านไป เพราะคนส่วนมากมักจะติดอยู่กับความคิดในแง่ลบ และเรื่องแย่ ๆ เสียมากกว่า จึงทำให้คนเหล่านั้นหาความสุขให้กับชีวิตแทบไม่ได้เลย ทั้งที่จริง ๆ แล้วความสุขอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวคุณมากนักหรอก หากลองปรับเปลี่ยนทัศนคติดูบ้างก็เท่านั้น ในวันนี้กระปุกดอทคอมก็นำ 9 เรื่องที่คุณควรหยุดคิดมาฝาก ซึ่งหากทำได้เราเชื่อว่าคุณจะแฮปปี้กับชีวิตมากกว่าเดิมขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ

 ชอบเอาความคิดของคนอื่นมาใส่ใจมากเกินไป

        เพราะบางคนมักเก็บเอาทุกคำพูดของคนอื่นมาคิดจนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน ทั้งที่บางครั้งตัวคุณเองไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาพูดสักหน่อย หรือไม่บางคนก็ยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ทุกคนยอมรับ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคุณไม่สามารถทำตามใจทุกคนได้หรอกนะ ที่สำคัญบางสิ่งที่เขาพูดมาอาจจะไม่ได้พูดเพราะหวังดีกับคุณก็ได้ ดังนั้นคนที่คุณควรแคร์ที่สุดคือตัวเอง เป็นอย่างที่คุณเป็น ทำอย่างที่คุณคิด แค่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็พอแล้ว

 เดินตามกรอบที่สังคมขีดไว้ 

        ชีวิตของคนเรามักจะถูกกำหนดด้วยเส้นบาง ๆ จากบรรทัดฐานของสังคม หากใครคิดแตกแถวออกมาก็มักจะโดนประณามหรือคำเสียดสีจากสังคม ทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะทำตามใจตัวเอง เพราะกลัวการต่อต้านจากสังคม ก็เลยยอมเดินไปตามทางที่สังคมกำหนดไว้ ทั้งที่ในความเป็นจริงหากเรื่องนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับสังคม หรือไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ไม่น่าจะผิดอะไรหากจะทำในสิ่งที่ตัวเองคิดบ้าง เพราะชีวิตของเรามันสั้นนัก หากคิดจะทำอะไรแล้วก็รีบลงมือเสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่ามานั่งเสียใจภายหลังนะ

9 สิ่งที่คุณไม่ควรเก็บมาใส่ใจให้ปวดหัว

 ทำตามคนส่วนใหญ่ เพราะกลัวแตกต่าง

        เรื่องกระแสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น หากเราไม่สนใจในเรื่องนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปตามใครให้เสียเวลา บางทีปล่อย ๆ ไปบ้างก็ดี เพราะเรื่องบางเรื่องไม่ได้มีอิทธิพลกับชีวิตเรามากมายเสียหน่อย อย่างเช่น เรื่องของการแต่งตัว หากแฟชั่นที่เขาว่ากำลังอินเทรนด์สุด ๆ แต่เมื่อคุณนำมาใส่แล้วรู้สึกว่ามันแปลก ใส่แล้วไม่มั่นใจ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ตามใครนี่นา เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดแล้ว

 ตามใจคนอื่นไปหมดจนไม่เหลือที่ให้ตัวเอง 

       คนรอบ ๆ ตัวเรามักจะคอยบอกให้เราทำนู้นทำนี่ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนโต ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวม แล้วใช้คำว่า หวังดี มาอ้างเพื่อให้คุณทำตามความต้องการ ซึ่งถ้าหากหัวใจของคุณมันบอกว่าไม่ต้องการ ก็ควรปฏิเสธหรือคัดค้านออกไปบ้าง (ตามความเหมาะสม) และถึงแม้คำบอกเล่าเหล่านั้นจะทำให้คุณรู้สึกปลอดภัย ทว่าความปลอดภัยหรือกรอบนั้นจะทำให้โลกของคุณแคบลง แต่จะดีกว่าไหมหาก…คุณยอมเสี่ยงทำตามความคิดของตัวเองซะบ้าง

 อยากมีอยากได้เหมือนคนอื่น

         คนที่คิดว่าวัตถุสิ่งของอันมีค่าทั้งหลายแหล่คือ ความสุขที่คนเราต่างต้องการไขว่คว้าเพื่อให้ได้มา เพราะกลัวน้อยหน้าคนอื่น ซึ่งแท้จริงวัตถุนอกกายเหล่านี้ไม่ได้สร้างความสุขที่ยั่งยืนอย่างที่คิดหรอก หากคุณไม่รู้จักพอ ซึ่งบางทีมันอาจไม่มีความจำเป็นกับชีวิตของคุณเลยด้วยซ้ำ ซึ่งทางเดียวที่จะแก้ได้ก็คือ ถามความต้องการของตัวเองให้แน่ใจเสียก่อน ว่าของชิ้นนั้นจำเป็นกับชีวิตของคุณหรือเปล่า? หรือว่าความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ใช่วัตถุกันแน่? ฉะนั้น ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ควรหักห้ามใจเอาไว้บ้าง เพราะไม่มีอะไรสบายใจได้เท่ากับอยู่อย่างพอเพียงแล้วล่ะ

9 สิ่งที่คุณไม่ควรเก็บมาใส่ใจให้ปวดหัว

 คิดว่าชีวิตของตัวเองต้องเพอร์เฟคท์

        คำว่า สมบูรณ์แบบ นั้นเป็นแค่คำนิยามคำนึงซึ่งอาจไม่มีตัวตนอยู่จริง เพราะเรื่องบางเรื่องอาจจะดูสมบูรณ์แบบสำหรับใครบางคน แต่ในสายตาของอีกฝ่ายอาจจะมองว่าเป็นแค่เรื่องธรรมดาก็ได้ นอกจากนี้บางคนยังเอาคำว่าเพอร์เฟคท์มายึดติดอยู่กับตัว จนคาดหวังว่าทุกสิ่งอย่างจะต้องเป็นไปอย่างที่ตัวเองคิดเสมอ และเมื่อไหร่ที่มันไม่เป็นดั่งที่หวัง คราวนี้ก็จะเฟลล์แบบสุด ๆ ทางที่ดีก็แค่วางคำว่าสมบูรณ์แบบลง แล้วพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว

 คิดว่าตัวเองถูกเสมอ

       บางคนชอบวางตัวเองไว้บนความถูกต้อง และคิดเสมอว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับความคิดของตัวเอง อีกทั้งยังต่อต้านคนที่คิดต่าง จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเราเห็นคนบนโลกนี้ทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการโต้เถียง ก็ควรเปิดใจยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นเสียบ้าง แล้วลองคิดตามพวกเขาดู บางทีคุณอาจจะมองเห็นอะไรดี ๆ ในมุมมองที่ต่างออกไปจากเดิม

 ตกอยู่ในภวังค์ของความผิด 

       ใคร ๆ ก็ทำผิดกันได้ เหมือนอย่างที่เขากล่าวไว้ว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง แล้วนับประสาอะไรกับคนธรรมดา ๆ อย่างเรา ๆ ก็ย่อมทำเรื่องผิดพลาดกันได้อยู่แล้ว ฉะนั้นแทนที่จะเอาแต่โทษตัวเอง หรือจมอยู่กับความผิดที่ก่อไว้ ควรตั้งต้นเริ่มนับหนึ่งใหม่แล้วเดินต่อไปดีกว่า และเก็บความผิดพลาดไว้เป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้ทำผิดซ้ำสองก็เท่านั้นเอง

9 สิ่งที่คุณไม่ควรเก็บมาใส่ใจให้ปวดหัว

 กังวลกับเรื่องที่อยู่การควบคุม

      ในโลกใบนี้มีอีกหลายเรื่องราวที่อยู่เหนือการควบคุมของคนเรา ฉะนั้นเมื่อเกิดเรื่องที่คุณไม่คาดคิดขึ้นมา อย่าเอาแต่โทษตัวเองหรือเสียวิตกกังวลอยู่แต่กับสิ่ง ๆ นั้น ทว่าควรปรับเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติเสียใหม่ แล้วปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็นก็เท่านั้นเอง

     ทีนี้ก็รู้กันแล้วใช่ไหมครับว่าจะทำให้ตัวเองมีความสุขได้อย่างไรบ้าง คราวนี้ก็อยู่ที่ตัวคุณเองแล้วล่ะ ว่าจะเลือกลงมือทำเพื่อความสุขของตัวเอง หรือปล่อยให้ชีวิตของตัวเองจมอยู่กับความทุกข์ซ้ำ ๆ กับเรื่องเดิม ๆ เพราะอนาคตจะดีหรือร้าย บางทีมันก็ไม่เกี่ยวกับโชคชะตา แต่อยู่ที่สองมือสองเท้าและความคิดของคุณต่างหาก ที่เป็นตัวกำหนดทางเดินชีวิตในวันข้างหน้าของคุณ

ที่มา : http://men.kapook.com/view51088.html

คีย์บอร์ดตัวต่อ ออกแบบเองได้ตามใจผู้ใช้งาน

เรียบเรียงจาก แนวมาก! คีย์บอร์ดตัวต่อ ออกแบบเองได้ตามใจผู้ใช้งาน

Puzzle Keyboard

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก red-dot.sg

       ทุกวันนี้คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ มีบทบาทกับชีวิตมนุษย์ยุคไฮเทคมากอยู่พอสมควร และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊กไว้ใช้งานอย่างน้อยก็หนึ่งชิ้น และอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นต้องมีใช้ควบคู่กันไปก็คือ คีย์บอร์ดนั่นเอง แต่ถึงแม้ปัจจุบันจะมีคีย์บอร์ดหลากหลายรูปแบบออกมาให้ได้ใช้งานกัน ทว่ายังมีผู้ใช้อีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่คุ้นชินกับการใช้บอร์ดตามมาตรฐานทั่วไป บ้างก็นึกอยากให้ปุ่มตระกูล F ด้านบนทั้งหลายสลับแถวลงมาอยู่ด้านล่าง หรือไม่ก็อยากย้ายให้ปุ่มตัวเลขของฟูลคีย์บอร์ดมาอยู่ด้านซ้ายแทน เพื่อความถนัดของตัวเอง

      และในวันนี้ก็มีผู้มีความคิดสร้างสรรค์อีกคนหนึ่ง ได้คิดค้นคีย์บอร์ดหน้าตาแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนกับคีย์บอร์ดทั่วไป ออกมาตอบโจทย์ความต้องการสำหรับคนที่ชอบแก็ดเจ็ตเก๋ ๆ กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคีย์บอร์ดชิ้นนี้มีชื่อว่า พัซเซิ่ล คีย์บอร์ด (Puzzle Keyboard)

      ทั้งนี้ เจ้าพัซเซิ่ล คีย์บอร์ด เป็นผลงานการออกแบบของนายหวัง ฟู ชุน โดยความพิเศษของคีย์บอร์ดก็คือ ปุ่มแต่ละชิ้นสามารถถอดสลับสับเปลี่ยนตามความถนัดของผู้ใช้งานได้อย่างใจนึก เหมือนกับเวลาที่คุณเล่นตัวต่อยังไงล่ะ และด้วยเหตุนี้เองมันถึงได้ชื่อว่า “Puzzle” นั่นเอง

      ที่มากไปกว่านั้น พัซเซิ่ล คีย์บอร์ด ยังสามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้อีกด้วย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้งานบนอุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ แบบสุด ๆ ที่สำคัญยังใช้เป็นรีโมท คอนโทรล เอาไว้ควบคุมการทำงานของโทรทัศน์ได้อีกด้วย

     อย่างไรก็ตาม ผลงานชิ้นนี้ยังเป็นเพียงแค่ตัวต้นแบบอยู่เท่านั้น ยังไม่มีการผลิตออกมาเพื่อวางจำหน่ายตามร้านค้าแต่อย่างใด ทว่าเมื่อพิจารณาจากคุณสมบัติของคีย์บอร์ดตัวต่อแล้ว หากผลิตออกมาขายจริงก็น่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งานอยู่ไม่น้อย แต่ก็ต้องระมัดระวังนะ เกิดพลาดพลั้งทำชิ้นใดชิ้นนึงหล่นหายไปล่ะยุ่งเลยทีนี้

ที่มา : http://men.kapook.com/view50320.html

5 อาการไอของลูกน้อย ที่คุณแม่ควรรู้

เรียบเรียงจาก 5 อาการไอของลูกน้อย ที่คุณแม่ควรรู้

แม่และเด็ก


5 อาการไอของลูกน้อยที่คุณแม่ควรรู้
 (Mother&Care)
เรื่อง แม่ออมจัง ภาพ กณวรรธน์

       อาการไอในเด็กวัยเตาะแตะ เป็นอาการที่พบได้บ่อย หากคุณแม่สังเกตอาการดี ๆ จะรู้ได้ถึงสาเหตุของอาการไอในแต่ละแบบ เพื่อให้คุณแม่รู้ทัน ดูแลอาการไอได้เอง โดยเบื้องต้นมาดูข้อมูลต่อไปนี้ครับ

5 อาการไอแบบต่าง ๆ

1.ไอจากไข้หวัด

หมายถึงอาการไอที่เกิดหลังจากหวัด มาจากการติดเชื้อไวรัสในอากาศ ฉะนั้น ถ้าลูกน้อยเป็นหวัด อาจทำให้ลูกมีไข้ น้ำมูกไหล กระตุ้นให้เกิดอาการไอ ระคายคอได้ ส่วนใหญ่เมื่ออาการหวัดของลูกหายไป (ภายใน 2-3 สัปดาห์) อาการไอก็จะหายไปด้วยครับ

2.ไอมีเสมหะ

มักจะมีเสมหะไหลลงคอหรือมีอาการอักเสบที่คอร่วมด้วย ถ้าคออักเสบมากก็ยิ่งกระตุ้นให้ไอได้ง่าย การสังเกตลักษณะเสมหะจะช่วยให้คุณแม่วินิจฉัยได้ว่าเกิดจากอะไรค่ะ เช่น เสมหะมีสีเหลืองเขียวเกิดจากการติดเชื้อ อักเสบเป็นไซนัสเสมหะจะใส หรือหากมีสีขาวขุ่นอาจเกิดจากโรคภูมิแพ้ เป็นต้น

เพื่อความมั่นใจและการดูแลตามอาการอย่างเหมาะสม คุณแม่ควรพาลูกน้อยไปตรวจร่างกาย เช็กว่าเกิดจากอาการอักเสบเป็นไซนัสหรือเป็นอาการไอที่เกิดจากภูมิแพ้ หอบหืดครับ

3.ไอแห้ง ๆ

เป็นอาการไอที่ไม่มีเสมหะปนอยู่ด้วย เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ เช่น ช่วงหน้าหนาว เป็นเหตุให้เกิดอาการระคายเคืองในหลอดลมจมูก ร่างกายต้องปรับตัวให้เลือดมาเลี้ยงที่เยื่อบุจมูกมากขึ้น ทำให้เยื่อบุจมูกบวม เกิดอาการคัดจมูก น้ำมูกไหลเล็กน้อย รู้สึกระคายคอ ไอแห้ง ๆ หรือไม่ก็ทำให้เสียงแหบ

4.ไอเรื้อรัง

สังเกตได้ว่ามีอาการไอนานกว่า 3 สัปดาห์ ส่วนสาเหตุก็มีหลายเหตุผล เช่น เป็นโรคหอบหืด ลักษณะการไอจะไอติดต่อเป็นชุด ๆ หรือเกิดจากหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้น ถือเป็นภาวะหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง เช่น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิหรือสิ่งกระตุ้น เช่น กลิ่นฉุน ควันบุหรี่ ควันธูป ควันจากมลพิษ ก็กระตุ้นให้เกิดการไอได้

5.ไอระคายคอ

อาจเกิดขึ้นได้จากความซุกซน นึกสนุก ทำเสียงดัง ๆ ตะโกนเก่ง ๆ ของเจ้าตัวเล็ก ก็มีสิทธิ์ทำให้เกิดอาการไอ ระคายคอได้ง่าย ๆ เช่นกันนะครับ

การดูแลบรรเทาอาการไอ

 ดื่มน้ำบ่อย ๆ ไม่ควรเป็นน้ำเย็นหรือร้อน ควรเป็นน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่น จะช่วยให้ชุ่มคอ หรืออาจลองสูตรสมุนไพรในครัวใช้น้ำมะนาวมาผสมกับน้ำผึ้ง ให้ลูกจิบบ่อย ๆ ก็ช่วยบรรเทาลดอาการไอได้ดีไม่น้อยครับ

 เลี่ยงสถานที่มีคนอยู่เยอะหรือที่ที่มีมลพิษ เช่น ฝุ่น ควันพิษจากท่อไอเสีย เพราะมีโอกาสที่จะรับเชื้อโรค หรือกระตุ้นให้เกิดอาการไอได้ง่าย

 อาหารประเภทของทอดของมัน หรือของเย็น น้ำแข็งหรือน้ำเย็นที่ถูกใจลูก ระยะนี้ควรงดไว้ก่อนจะดีกว่า

 ถ้าลูกนอนห้องแอร์ ก็ควรสวมใส่เสื้อผ้า หรือใช้ผ้าห่มให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ถ้าเปิดพัดลมควรให้ส่ายไปมา เพื่อไม่ให้อากาศเย็นเกินไป จะยิ่งกระตุ้นให้หลอดลมหดตัวทำให้มีอาการไอมากขึ้น

           สิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องรู้ต่อมาคือ จำให้ขึ้นใจว่า ก่อนซื้อหรือเลือกใช้ยา เพื่อความปลอดภัยในสุขภาพ ควรปรึกษาหรือขอคำแนะนำจากเภสัชกรหรือคุณหมอครับ

ที่มา : http://baby.kapook.com/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81-51200.html

เปรียบเทียบสภาพ iPhone 5 หลังใช้งาน 2 เดือน เป็นรอยง่ายจริงหรือ ?

เรียบเรียงจาก เปรียบเทียบสภาพ iPhone 5 หลังใช้งาน 2 เดือน เป็นรอยง่ายจริงหรือ ?

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก Gizmodo

นี่อาจจะเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญของแอปเปิลที่เลือกใช้วัสดุที่เป็นอลูมิเนียมมาผลิตเป็น iPhone 5 ถึงแม้มันจะมีความแข็งแรง ทนทานและมีน้ำหนักเบา ตกไม่แตกเหมือนกับ iPhone 4/4S ที่ใช้วัสดุเป็นกระจก แต่สำหรับ iPhone 5 สิ่งที่ทำให้ผู้ใช้หลายคนต้องปวดหัวเพราะวัสดุของ iPhone 5 เป็นรอยขีดข่วนได้ง่าย แม้แต่เครื่องใหม่ที่เพิ่งแกะกล่องก็ยังพบร่องรอยบนตัวเครื่อง วันนี้เรามีภาพเปรียบเทียบ iPhone 5 ที่ผ่านการใช้งานเป็นระยะเวลา 2 เดือน ด้วย iPhone 5 ทั้งแบบใส่เคส และไม่ใส่เคส ผลจะออกมาเป็นอย่างไร มาติดตามกันเลย

ภาพเปรียบเทียบดังกล่าวมาจากเว็บไซต์ Gizmodo โดยนักเขียนบนเว็บที่ใช้ iPhone 5 เขาได้เปรียบเทียบ iPhone 5 ที่ใช้งานแบบไม่ใส่เคสเป็นเวลา 2 เดือนด้วยไลฟ์สไตล์ในการใช้งานแบบจริง ๆ ทุกวัน เช่น พกไว้ในกระเป๋าเสื้อ, กระเป๋ากางเกง หรือบางครั้งโยนลงใส่ถุงที่มีสิ่งของอื่น ๆ ปะปนอยู่ด้วย ส่วนทางด้าน iPhone 5 ที่ผ่านการใช้งานแบบใส่เคสมาแล้ว 2 เดือนจะมีสภาพใหม่เอี่ยมเหมือนกับตอนแกะกล่อง เชื่อว่าตอนนี้หลายคนคงอยากจะรู้ว่าแล้วว่า iPhone 5 จะเป็นรอยง่ายจริงหรือไม่ ติดตามภาพเปรียบเทียบด้านล่างได้เลยครับ

ภาพ iPhone 5 แบบใส่เคสหลังจากใช้งาน 2 เดือน

ภาพ iPhone 5 แบบไม่ใส่เคสหลังจากใช้งาน 2 เดือน

        ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสภาพ iPhone 5 ที่ผ่านการใช้งานแบบจริง ๆ แบบไม่ได้ใส่เคสจะมีรอยยับเยินบริเวณขอบของตัวเครื่องและด้านข้างของตัวเครื่อง ส่วน iPhone 5 ที่ใส่เคสจะมีสภาพใหม่เหมือนกับเพิ่งซื้อหรือแกะออกจากกล่อง

อย่างไรดี ถึงแม้ iPhone 5 จะเป็นรอยขีดข่วนได้ง่าย แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละคน บางคนเลือกที่จะไม่ใส่เคสเพื่อที่จะได้สัมผัสกับการใช้งานแบบจริง ๆ แต่สำหรับใครที่กังวลกับสมาร์ทโฟนราคาเกือบสามหมื่นเครื่องนี้ แนะนำให้หาเคสมาใส่หรือติดฟิล์มกันรอยรอบเครื่องน่าจะพอช่วยลดรอยขีดข่วยได้ไม่มากน้อย

ที่มา : http://men.kapook.com/view51831.html