Monthly Archives: กันยายน 2012

วิลาศ ศรีทอง คว้ารางวัลซีไรต์ 2555

เรียบเรียงข้ิอมูลจาก คนแคระ ของ วิลาศ ศรีทอง คว้ารางวัลซีไรต์ 2555


คนแคระ คนแปลกบนโลกประหลาด ของ วิภาส ศรีทอง คว้ารางวัลซีไรต์ปี 2555 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ประกาศผลแล้ว! นวนิยายเรื่อง คนแคระ คนแปลกบนโลกประหลาดของวิภาส ศรีทอง คว้ารางวัลซีไรต์ปี 2555 ไปครอง

          วันนี้ (26 กันยายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือ ซีไรต์ ประจำปี 2555 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ นวนิยายเรื่อง คนแคระ คนแปลกบนโลกประหลาดของ วิภาส ศรีทอง ได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2555

          สำหรับนวนิยายเรื่องเยี่ยมที่คว้ารางวัลซีไรต์ล่าสุดอย่าง คนแคระ ของวิภาส ศรีทอง เป็นนวนิยายที่เสนอปัญหาสัมพันธภาพระหว่างมนุษย์ เปิดเผยให้เห็นความโดดเดี่ยวอ้างว้างของกลุ่มคนซึ่งเป็นตัวแทนของสังคมร่วม สมัย โดยสะท้อนให้เห็นการขาดความตระหนักถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ การหมกมุ่นอยู่กับปัญหาของตนเอง และการโหยหาสัมพันธภาพระหว่างมนุษย์แต่จำกัดขอบเขตของความสัมพันธ์นั้นไว้ ทั้งหมดนี้ผู้เขียนนำเสนอผ่านตัวละครที่แสดงความเย็นชาต่อชะตากรรมของมนุษย์ และหาทางสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำของตัวเอง

        โดยผู้เขียน คือ วิภาส ศรีทอง มีกลวิธีการเล่าเรื่องด้วยพล็อตที่คนไทยไม่คุ้นเคย โดยมีวิธีการเล่าเรื่องเนิบช้าทว่ามีพลัง ผลักดันผู้อ่านให้ละเมียดถึงแก่นอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครที่ซับซ้อน แปลกแยก เป็นผู้สังเกตการณ์ต่อทุกการกระทำที่ท้าทายระดับศีลธรรมจรรยาในแต่ละผู้คน คุณค่าของนวนิยายนี้จึงอยู่ที่การกระตุ้นให้เกิดการสำรวจภาวะความเป็นมนุษย์ ในโลกร่วมสมัย ในขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามกับมโนสำนึก ความรับผิดชอบชั่วดีและสารัตถะของชีวิต

          สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของหนังสือนั้น มาในรูปลักษณ์ทะมึนทึม ขอบหนังสือสีดำ ดูเข้มขลัง นัยว่าหนังสือเล่มนี้หาใช่นิยายเบาสมองเป็นแน่ เป็นนวนิยายที่วิภาสบ่มกลั่น ใช้เวลาเขียนร่วมสองปี โดยเขียนเสร็จในช่วงปีครึ่งและแก้ไขตัดทอนอีกครึ่งปี เหตุผลแรกที่ คนแคระ กินเวลายาวนาน คงเป็นเพราะความยาวของเนื้อเรื่อง ซึ่งถือว่ายาวมาก แต่อีกเหตุผลที่สำคัญยิ่งกว่าและเกือบทำให้เขาโยน คนแคระ ลงถังขยะเพราะ คำวิจารณ์อันหนักหน่วง รุนแรง จากเพื่อนนักเขียนคนหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้ว วิภาสก็แก้ไขต้นฉบับที่มีปัญหาจนกระทั่งสมบูรณ์

          โดยรางวัลซีไรต์ในปี 2555 นี้คัดเลือกจาก นวนิยาย 7 เล่ม เข้ารอบสุดท้าย ดังต่อไปนี้

 1. คนแคระ ของ วิภาส ศรีทอง

 2. เดียวดายใต้ฟ้าคลั่ง ของ แดนอรัญ แสงทอง

 3. ในรูปเงา ของ เงาจันทร์

 4. รอยแผลของสายพิณ ของ สาคร พูลสุข

 5. เรื่องเล่าในโลกลวงตา ของ พิเชษฐศักดิ์ โพธิ์พยัคฆ์

 6. ลักษณ์อาลัย ของ อุทิศ เหมะมูล

 7. โลกประหลาดในประวัติศาสตร์ความเศร้า ของ ศิริวร แก้วกาญจน์

ข้อมูลเพิ่มเติม

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์กระปุกดอทคอม

http://hilight.kapook.com/view/76555

 

10 อันดับ ตึกสูงที่สุดในไทย

เรียบเรียงจาก ว้าว! 10 อันดับ ตึกสูงที่สุดในไทย ใบหยกยังแชมป์

 ว้าว! 10 อันดับ ตึกสูงที่สุดในไทย ใบหยกยังแชมป์

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

         เปิดโผ 10 อันดับตึกสูงที่สุดในประเทศไทย พบคอนโดหรูติดอันดับถึง 5 แห่ง ใบหยกยังคงครองแชมป์อันดับ 1

         เผย 10 อันดับอาคารที่มีความสูงที่สุดในประเทศไทย เฉพาะที่สร้างเสร็จแล้ว พบว่า อาคารใบหยก 2 ย่านประตูน้ำ ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 มีความสูง 88 ชั้น หรือ 304 เมตร ส่วนอันดับที่ 2 คือ เดอะริเวอร์ ย่านเจริญนคร ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมหรูติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีความสูง 73 ชั้น หรือ 266 เมตร ซึ่งในปีนี้มีคอนโดมิเนียมติดอันดับ 1 ใน 10 อาคารที่สูงที่สุดในประเทศ มากถึง 5 อาคาร

        โดยอันดับ 1-10 ตึกสูงที่สุดในประเทศไทยมีดังนี้ ..

 1. อาคารใบหยก 2 ย่านประตูน้ำ สูง 88 ชั้น (304 เมตร)

 2. คอนโดฯ เดอะริเวอร์ (ทาวเวอร์เอ) ย่านเจริญกรุง สูง 73 ชั้น (266 เมตร)

 3. อาคาร สเตททาวเวอร์ ย่านสีลม สูง 68 ชั้น (247 เมตร)

 4. โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ ย่านราชประสงค์ สูง 55 ชั้น (235 เมตร)

 5. คอนโดฯ เดอะเม็ท สาทร สูง 69 ชั้น (228 เมตร)

 6. อาคาร เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ย่านสาทร สูง 62 เมตร (227 เมตร)

 7. คอนโดฯ นอร์ทพอยท์ พัทยา สูง 54 ชั้น (226 เมตร)

 8. อาคาร จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ ย่านสีลม สูง 59 ชั้น (221 เมตร)

 9. คอนโดฯ เดอะพาโน ย่านพระราม 3 สูง 55 ชั้น (219 เมตร)

 10. คอนโดฯ อมันตา ลุมพินี สูง 61 ชั้น (212 เมตร)

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์กระปุกดอทคอม

http://home.kapook.com/view47959.html

มารู้จักกรมอาเซียนกัน

เรียบเรียงจาก รู้จัก กรมอาเซียน ประเทศไทย ก่อนเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน

กรมอาเซียน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ

         ในปี ปี 2558 ก็จะเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม,  พม่า, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, ลาว, สิงคโปร์, ไทย และเวียดนาม รวมตัวกันเพื่อความร่วมมือ  ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคงในภูมิภาค และเพื่อให้การทำงานประสบความสำเร็จตามที่ประเทศสมาชิกตั้งไว้ จึงต้องมีการแบ่งโครงสร้างหน้าที่ในการทำงาน โดยโครงสร้างของอาเซียนจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ คือ สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) ซึ่งทำหน้าที่ประสานงาน และดำเนินงานตามโครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ  ของสมาคมอาเซียน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการติดต่อระหว่างสมาคมอาเซียน คณะกรรมการ ตลอดจนสถาบันต่าง ๆ และรัฐบาลของประเทศสมาชิก

          ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการอาเซียนตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีหัวหน้าสำนักงาน คือ เลขาธิการอาเซียน และมีรองเลขาธิการอาเซียน อีกจำนวน 2 คน อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดตั้สำนักงานอาเซียนแห่งชาติ หรือ กรมอาเซียน (ASEAN National Secretariat) เป็นหน่วยงานระดับกรมในกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อทำหน้าที่ประสานกิจการอาเซียน รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานต่าง ๆ ในประเทศสมาชิกด้วย และสำหรับในประเทศไทยนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว ได้แก่ กรมอาเซียน สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ

กรมอาเซียน

ภารกิจของกรมอาเซียน

         กรมอาเซียน สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงาน และการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ในฐานะสำนักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติ เพื่อดำเนินงานความร่วมมือของอาเซียนให้สำเร็จ และบรรลุผลตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ตลอดจนเพิ่มอำนาจต่อรองของประเทศไทยในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยกรมอาเซียนมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

1. ดำเนินงานในฐานะสำนักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติ

2. ดำเนินงาน และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลภายใต้กรอบความร่วมมือของอาเซียน

3. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

กรมอาเซียน

ส่วนราชการย่อยที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกรมอาเซียน ประกอบด้วย ดังนี้

1. สำนักงานเลขานุการกรม

2. กองอาเซียน 1

3. กองอาเซียน 2

4. กองอาเซียน 3

5. กองอาเซียน 4

กรมอาเซียน

อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการกรมอาเซียน 

 1. สำนักงานเลขานุการกรม มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

1.1 ปฏิบัติงานสารบรรณของกรม

1.2 ดำเนินการเกี่ยวกับงานช่วยอำนวยการ และงานเลขานุการของกรม

1.3 ดูแลด้านงบประมาณ บุคลากร และพัสดุให้เป็นไปตามนโยบาย

1.4 ดำเนินการเกี่ยวกับงานนโยบาย และภาพรวมของอาเซียน

1.5 ดำเนินการเกี่ยวกับงานคณะกรรมการดำเนินงานในกรอบของอาเซียน การประชุมสุดยอดอาเซียน การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน การประชุมว่าด้วยการเมือง และความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก การประชุมในกรอบเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนและการประชุมคณะกรรมการประจำอาเซียน

1.6 ดำเนินการในส่วนของไทยเกี่ยวกับงานบริหารและงบประมาณของสำนักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติ และการประชุมคณะรรมการอาเซียนที่เกี่ยวข้อง

1.7 ดำเนินการเกี่ยวกับงานความร่วมมือในกรอบของอาเซียนที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของกองใด

1.8 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

 2. กองอาเซียน 1 มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

2.1 ดำเนินการเกี่ยวกับนโยบายภาพรวมความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจาทั้งหมด

2.2 ดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของกองใดกองหนึ่งโดยเฉพาะ

2.3 ดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับองค์กรระหว่างประเทศ และกลุ่มประเทศภายนอกอาเซียนรวมทั้งองค์กรเอกชนต่างประเทศ

2.4 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

กรมอาเซียน

 3. กองอาเซียน 2 มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

3.1 ดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ และกรอบความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

3.2 ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

 4. กองอาเซียน 3 มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

4.1 ดำเนินการเกี่ยวกับการร่วมกำหนดนโยบาย และแนวทางการดำเนินการในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเงิน การค้า การบริการ การลงทุน อุตสาหกรรม การคมนาคม ขนส่ง การท่องเที่ยว การเกษตร และพลังงาน ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนรวมทั้งประเทศคู่เจรจาของอาเซียน

4.2 ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยราชการอื่นที่เกี่ยวข้องในการกำหนดทิศทาง การดำเนินการ การแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ รวมทั้งการสรรหาแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ระหว่างประเทศสมาชิก

4.3 ดำเนินการเกี่ยวกับการร่วมพัฒนา และลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างประเทศ สมาชิกอาเซียนในด้านการรวมตัวทางเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคมของประเทศสมาชิกอาเซียน และความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอาเซียน – ลุ่มน้ำโขง

4.4 ปฏิบัติงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียน

4.5 ประสาน และปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

กรมอาเซียน

    5. กองอาเซียน 4 มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

5.1 ดำเนินการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านแรงงาน เยาวชน สาธารณสุข โรคเอดส์ สตรี การจัดการภัยพิบัติ สวัสดิการสังคม และการพัฒนาสังคม พัฒนาชนบท และการขจัดความยากจน โครงข่ายรองรับทางสังคม และรางวัลอาเซียน

5.2 ดำเนินการกับความร่วมมือด้านการศึกษา เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ทุนการศึกษา และฝึกอบรม วัฒนธรรมและสนเทศ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาข้าราชการพลเรือน และมูลนิธิอาเซียน

5.3 ดำเนินการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านอาชญากรรมข้ามชาติ หัวหน้าตำรวจอาเซียน ตรวจคนเข้าเมือง และการกงสุล กฎหมาย ยาเสพติด และสิทธิมนุษยชน

5.4 ดำเนินการเกี่ยวความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

5.5 ดำเนินการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม

5.6 ประสาน และปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

           จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ในส่วนราชการต่าง ๆ ภายใต้การควบคุมของกรมอาเซียน ต่างมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เนื่องจากขอบเขตในการดำเนินงานจะครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นไปได้อย่างราบรื่น รวมถึงเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้รู้จักกับอาเซียนกันมากขึ้น ทางกรมอาเซียนจึงมีหน้าที่ในการเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนควบคู่ไปด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศ

เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

http://hilight.kapook.com/view/76372

หมีขาวขั้วโลกหนาวเป็นรึเปล่า

เรียบเรียงข้อมูลจากเรื่อง  ทำไมหมีขาวขั้วโลกเหนือจึงไม่กลัวหนาว

          หากเพนกวินเป็นเจ้าบ้านแห่งขั้วโลกใต้ หมีขาวก็เป็นราชาแห่งขั้วโลกเหนือ แม้หมีขาวจะอาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนืออันหนาวเหน็บ แต่เราก็ยังเห็นหมีขาวอาศัยอยู่บนพื้นน้ำแข็งที่ไกลที่สุดลูกหูลูกตานั้นได้ เหตุที่มันทนหนาวได้เพราะมีขนที่ละเอียดแน่นไปทั้งตัว ขนบนร่างกายของหมีแบ่งเป็นสองชั้นขนชั้นนอกตั้งตรงและหยาบสามารถดูดแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้าร่างกายได้ทั้งหมด ส่วนขนชั้นในเป็นเป็นขนอ่อนสั้นและละเอียดระหว่างขนทั้งสองชั้นนี้เต็มด้วยอากาศจึงช่วยกักเก็บความร้อนในร่างกายไว้และช่วยกักเก็บความร้อนในร่างกายไว้และช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้

ที่มาของภาพ

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=794489

         นอกจากหูและอุ้งเท้าของหมีขาวช่วยเพิ่มแรงเสียดทานระหว่างเท้ากับพื้น ทำให้มันไม่ลื่นล้มเวลาเดินบนพื้นน้ำแข็งได้อีกด้วย

ที่มาของภาพ

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=794489

         เมื่อใกล้คลอดแม่หมีจะขุดโพรงทำรัง แล้วปล่อยไออุ่นออกมาทำรังหิมะเกิดความอบอุ่นเท่านี้มันก็คลอดลูกหมีออกอย่างสบายและปลอดภัยแล้ว ลูกหมีที่เพิ่งคลอดจะยังไม่มีขน จึงต้องซุกอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของแม่หมีอยู่เสมอ

ที่มาของภาพ

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=794489

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ที่นี่ดอทคอท

http://teen.teenee.com/howcome/615.html