Monthly Archives: ตุลาคม 2012

ลองเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใหม่เผื่อนำโชคมาให้

เรียบเรียงจาก ลองเปลี่ยน กระเป๋าสตางค์…บางที คุณอาจจะเก็บเงินอยู่

…..

         เคย มะ…บางทีเราควักเงินจ่ายค่าโน่นค่านี่สารพัดสารพันแล้ว แต่รู้สึกว่าเงินในกระเป๋าของเราก็ยังไม่พร่องไปซักเท่าไหร่ แต่บางทีประหยัดแทบตาย ตังค์มันหลับหดหายไปไหนไม่รู้

         ลอง เปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ดูดิ บางทีคุณอาจจะเก็บเงินอยู่ และถ้าจะซื้อกระเป๋าตังค์ใหม่ก็ลองเอาข้อมูลนี้ไปประกอบการเลือก เผื่อเงินในกระเป๋ามันจะดูพอกพูนขึ้นมาบ้าง

สำหรับ


คนที่เกิดวันอาทิตย์

        ถ้า ไม่อยากให้ตัวเองเป็นยาจกตกยากก็ไม่ควรใช้กระเป๋าตังค์สีฟ้า สีดำ หรือกระเป๋าที่ทำมาจากหนังของสัตว์ทะเล สำหรับสีที่ควรใช้ก็คือ สีน้ำตาล สีเขียว หรือโทนทีสว่าง ๆ หน่อย มีชีวิตจะได้ไม่ทะมึนทึม

————————————————-

คนที่เกิดวันจันทร์
ส่วน จะใช้กระเป๋าตังค์สีทึมสักหน่อย โดยเฉพาะสีน้ำตาลหรือสีม่วง แต่ถ้าเป็นสด ๆ อย่างสีแดง สีส้ม ให้เลิกใช้ไปเลยเพราะมันไม่เหมาะกับคุณแน่ รวมไปถึงกระเป๋าที่ทำมาจากหนังสัตว์ด้วย ไม่งั้นกระเป๋าแฟ่บไม่รู้ด้วย

————————————————-

คนเกิดวันอังคาร
คน วันนี้ก็ไม่ควรใช้กระเป๋าที่ทำจากหนังสัตว์เช่นกัน โทนสีเย็น ๆ หรือ สีทึม ๆ อย่างสีน้ำตาล หรือครีมก็ไม่ควรใช้ ถ้าจะให้ดีให้ถูกโฉลกจะต้องเป็นสีแสบ ๆ สด ๆ ไม่ว่าจะเป็น สีชมพู สีแสด สีส้ม แบบนี้ทำให้เงินไหลเข้ากระเป๋าจนฟู่ฟ่องเชียวละ

————————————————-


คนที่เกิดวันพุธ
นี่ ก็ห้ามใช้กระเป๋าที่ทำจากหนังสัตว์ โดยเฉพาะหนังของสัตว์ปีก กระเป๋าสีดำและสีชมพูก็ทำให้เงินในกระเป๋าหดเหมือนกัน ถ้าจะให้ดีต้องใช้กระเป๋าตังค์สีเขียวครีม และสีน้ำตาล เป็นสเป็กที่ทำให้ดูมีเงินมีทอง

————————————————-

คนเกิดวันพฤหัสบดี
หนุ่ม หรือสาววันพฤหัสบดีจะดูสบาย ๆ เพราะมีสีต้องห้ามอยู่เพียงสีเดียวคือสีดำ ขนาดของกระเป๋าจะต้องเลือกให้พอเหมาะ ไม่ใหญ่โตจนเกินไป มีช่อ
งใส่ของใส่บัตรประมาณนึง ไม่มากไม่น้อย แต่ถ้าจะให้เวิร์กสุด…สุด จะต้องเป็นสีแดงหรือสีส้ม

————————————————-

คนที่เกิดวันศุกร์
ควร ใช้กระเป๋าที่มีสีสดใส เจิดจ้า อย่างสีฟ้าหรือสีชมพู ส่วนสีต้องห้ามก็คือสีดำ หรือสีที่ทึม ๆ ไม่ค่อยสดใส รูปทรงของกระเป๋าก็ต้องไม่แปลกแหวกแนวจนเกินไป เพราะมันจะทำให้เก็บเงินไม่อยู่ เงินไหลออกจากกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา

————————————————-

สำหรับ
คนที่เกิดวันเสาร์

        ห้ามใช้กระเป๋าสีเขียวหรือสีน้ำตาล ควรใช้สีฟ้าหรือสีม่วงจะดีกว่า และต้อง        พยายามเลือกแบบให้คลาสสิกเข้าไว้ และต้องทำความสะอาดเช็ดถูให้กระเป๋าสะอาดเอี่ยมดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ เพราะเมื่อใดที่กระเป๋าตังค์เก่า เงินทองจะไหลออกโชคลาภจะไม่มีทันที

          บางทีอาจต้องเสียเงินซื้อกระเป๋าตังค์ใหม่อยู่บ่อย ๆ แบบว่า…ยอมเสียเงินส่วนน้อย เพื่อรักษาเงินส่วนใหญ่ไว้…เฮ้อ..!!!

 

ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ teenee.com

ที่มา : http://www.kruthai.info/view.php?article_id=2786

มาจัดโต๊ะทำงานกันใหม่ดีกว่า

เรียบเรียงจาก จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 

         จะว่าไปในบรรดาเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดดูเหมือนว่า โต๊ะ เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่แทบจะทุกห้องก็ว่าได้ โดยเฉพาะโต๊ะทำงานที่เป็นมุมสำคัญที่ควรจะต้องจัดตกแต่งให้สะอาดเรียบร้อยและเป็นระเบียบให้มากที่สุด เพราะคงจะไม่ดีแน่ถ้าโต๊ะทำงานของคุณมีของวางรกเกะกะจนแทบหาอะไรไม่เจอ แถมถ้าต้องติดต่องานกับใคร คุณคงไม่อยากให้เขาเห็นโต๊ะทำงานแบบรก ๆ ของคุณจริงไหม? เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เลยอยากจะแนะนำวิธีจัดการโต๊ะทำงานที่คุณทำได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ ..

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ภาพจาก Etsy โดย The Washroom 

 1. ปฏิทินแฮนด์เมด

         ปฏิทินที่ออกมาส่วนใหญ่มีเอาไว้ใช้แค่ปีต่อปีเท่านั้น พอหมดเวลาค่าของมันก็จบลงทันที ดีไม่ดีก็กลายเป็นขยะให้รกบ้านซะเปล่า ๆ เราก็เลยอยากจะชวนให้ทุกคนทำปฏิทินกันเองดีกว่า โดยเลือกโมเสค หรือกระเบื้องชิ้นเล็ก ๆ มาแล้วเขียนวันที่ลงไป จากนั้นก็ทำชั้นวางน่ารัก ๆ แล้วนำชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นไปเรียงตามลำดับ และอาจจะเขียนวันไว้ที่หัวปฏิทินเพื่อให้ดูง่ายขึ้นด้วยก็ได้ แต่ถ้าหากใครไม่สะดวกก็สามารถเปลี่ยนวัสดุมาใช้กระดาษแข็ง หรือพลาสติกแทนก็สวยได้ไม่ต่างกันเลย แค่นี้มุมทำงานของคุณก็ดูน่ารักและมีสไตล์มากขึ้นแล้ว

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ภาพจาก Etsy โดย Bradens Grace 

  2. มาร์คด้วยชอร์ค

สิ่งของที่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะ หลังจากจัดเก็บเข้าลิ้นชักแล้วถ้ากลัวจะลืม ก็น่าจะโน้ตสั้น ๆ เอาไว้หน้ากล่องด้วยนะว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ถ้าจะให้ดีเปลี่ยนจากการใช้กระดาษมาใช้กระดานเล็ก ๆ ติดลงไปจะเวิร์คที่สุด เพราะหากคุณเปลี่ยนของในกล่องก็แค่ลบลิสต์เก่าออก แล้วเขียนลิสต์ใหม่ลงไปเท่านั้นเอง ไม่เปลืองทรัพยากรโลกด้วย เจ๋งสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ภาพจาก RSH Catalog 

 3. ให้รางวัลกับตัวเอง

           โต๊ะรก ๆ เหมือนกับความวุ่นวายในชีวิต ทางเดียวที่จะทำให้ความยุ่งเหยิงเหล่านี้หายไปก็คือ จัดการเก็บของบนโต๊ะคุณให้เรียบร้อยซะแล้วคุณจะรู้สึกดีขึ้น แต่นาน ๆ โต๊ะของคุณจะเป็นระเบียบซะทีก็น่าจะให้ของขวัญกับตัวเองหน่อยนะ ซึ่งของขวัญที่ว่าก็ไม่ใช่ของไกลอื่นเลย แค่คุณนำกระดาษสวย ๆ หรู ๆ มาห่อกล่องลงบนเก็บของ แล้วประดับด้วยริบบิ้นกับโบว์แบบเข้าชุดก็เลิศแล้วล่ะ รับรองว่าถ้าเห็นของสวย ๆ แบบนี้ตั้งอยู่บนโต๊ะคุณจะไม่อยากให้โต๊ะรกอีกเลย

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ภาพจาก Serena & Lily 

  4. ของใช้เข้าชุดกัน

           สำหรับคนที่ชอบใช้ของที่เข้าชุดกัน แต่ยังหาซื้อชุดของที่ชอบไม่ได้ ก็ทำขึ้นมาเองเลยสิคะ วิธีก็ไม่ยากแค่เพียงเลือกสีแบบลาเท็กซ์ ซึ่งเป็นสีที่มีกาวหรือยางในตัว มาลงสีให้กับของใช้ในบ้านคุณ จะใช้สีเดียวแบบไล่โทน หรือแบบโมโนโทน หรือแบบสองสีก็ได้ เมื่อเลือกได้แล้วก็ทาสีลงบนของใช้ที่ต้องการ เช่น ตระกร้าใส่เอกสาร กล่องจดหมาย ถาดใส่สมุด ให้เป็นสีเดียวกันทั้งหมด แค่นี้โต๊ะทำงานของคุณก็น่าใช้ขึ้นอีกเยอะเลย

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ภาพจาก Studio Carver 

 5. ติดรูปลงไป

          หากโต๊ะทำงานของคุณมีคนใช้งานหลายคน จนของผสมปนเปกันไปหมด ชนิดที่ไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ของส่วนตัวคงกลายเป็นของสาธารณะในไม่ช้าแน่ ๆ ฉะนั้นควรรีบจัดเก็บของลงกล่องโดยด่วน ส่วนด้านบนก็เอารูปเจ้าของกล่องมาแปะเอาไว้ คราวนี้จะได้รู้กันซะทีว่าของใครเป็นของใครจะได้ไม่ต้องหาของไม่เจอ หรือใช้ปะปนกันอีก แถมวิธีนี้เวิร์คกว่าเขียนชื่อเป็นไหน ๆ เลยล่ะ

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ภาพจาก Pottery Barn 

 6. โต๊ะแห่งความลับ

          ฟังชื่อดูแล้วคุ้น ๆ ใช่ไหมคะ เพราะเราได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับนั่นเอง เพราะห้องนี้จะเปิดออกมาเมื่อเราต้องการเท่านั้น การจัดโต๊ะทำงานแบบนี้ก็เช่นเดียวกัน แค่เปิดออกมาเมื่อเราต้องการ และซ่อนให้พ้นสายตาหลังใช้เสร็จแล้ว ไอเดียเก๋ ๆ สุดเริ่ดที่รับรองว่าไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนแน่นอน

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ภาพจาก Houzz  โดย Valerie McCaskill Dickman

 7. หีบเอกสาร 

           ถ้าโต๊ะทำงานของคุณไม่ค่อยมีพื้นที่สำหรับวางของเท่าไหร่ หรืออยากจะใช้โต๊ะไว้ทำงานอย่างเดียว ก็อาจจะหากล่องใบใหญ่ ๆ สักใบ จะเป็นกล่องไม้วินเทจน่ารัก ๆหรือกล่องพลาสติกเท่ ๆ สักกล่องมาจัดใส่เอกสารลงไป ซึ่งภายในกล่องอาจจะแบ่งเป็นช่องเล็ก ๆ เอาไว้สำหรับใส่เครื่องเขียนอื่น ๆ ด้วยก็ได้ อย่างเช่น กรรไกร กาว จดหมาย ฯลฯ โต๊ะของคุณจะได้โล่งขึ้นด้วยยังไงล่ะ

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ภาพจาก Ish and Chi 

 8. คลิปบอร์ดสารพัดประโยชน์ 

         คลิปบอร์ดไม่ได้เอาไว้รองเขียนเพียงอย่างเดียวนะจ๊ะ เพราะยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกเยอะหากคุณรู้จักวิธีปรับเปลี่ยน อย่างเช่น หากคุณอยากได้กระดานเตือความจำสักอัน ก็หามุมเหมาะ ๆ ใกล้ ๆ กับโต๊ะของคุณแล้วตอกหมุดลงไป จากนั้นก็นำคลิปบอร์ดไปแขวน หากคุณจะโน้ตอะไรก็แค่เอาโน้ตไปหนีบไว้ และอาจจะเพิ่มความน่าสนใจด้วยการตกแต่งลวดลายลงไปอีกสักนิด จะช่วยให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ภาพจาก PBteen

 9. ผนังผ้าลายเก๋

          การใช้สก็อตเทปแปะโน้ต หรือเจาะเพื่อแขวนสิ่งของไว้บนผนัง ถือเป็นการทำร้ายผนังขั้นร้ายแรง หากอยากจะมีมุมแปะโน้ตบนผนังจริง ๆ ก็น่าจะนำผ้านุ่ม ๆ หรือพรมที่ไม่ใช้แล้วมารองไว้ชั้นนึงก่อนนะ จะได้ไม่ต้องถอนตะปู หรือแกะโน้ตบ่อย ๆ นอกจากจะช่วยถนอมสีบนผนังมุมทำงานของคุณแล้ว สีสันของพรมยังช่วยเสริมให้โต๊ะทำงานของคุณสวยงามขึ้นด้วย

จัดโต๊ะทำงานให้แจ่มด้วย 10 วิธีง่าย ๆ

ภาพจาก Kate Jackson Design 

 10. ชั้นวางขาโต๊ะ 

          สำหรับโต๊ะที่ไม่มีลิ้นชักเอาไว้เก็บของ น่าจะนำวิธีนี้ไปใช้นะคะ เพราะแค่ต่อเติมชั้นวางเข้าไประหว่างขาโต๊ะเท่านั้นเอง จะคั่นด้วยสองหรือสามชั้นก็ทำได้ตามใจคุณเลย ถ้าได้แล้วก็จัดการย้ายของบนโต๊ะมาไว้ที่ชั้นวางให้หมด โต๊ะของคุณก็จะโล่งสะอาดน่าใช้สุด ๆ อีกทั้งยังไม่ต้องซื้อตู้เก็บของมาวางเพิ่มให้เปลืองพื้นที่ในบ้านด้วย ประโยชน์สองต่อแบบนี้ไม่ลองทำดูไม่ได้แล้วล่ะ

           ถ้าปล่อยให้โต๊ะทำงานรกต่อไป นอกจากจะทำให้รู้สึกไม่น่าใช้แล้ว ในทางหลักฮวงจุ้ยยังถือว่าเป็นเรื่องไม่ดีเอามาก ๆ เพราะของรก ๆ บนโต๊ะของคุณจะนำเรื่องวุ่นวายมาให้ ฉะนั้นการจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยทีเดียว อ่านจบแล้วก็อย่าลืมนำเคล็ดลับดี ๆ แบบนี้ไปใช้กัน

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์กระปุกดอทคอท

ที่มา : http://home.kapook.com/view49625.html

ลดสารพิษเพื่อสุขภาพด้วยสมุนไพร

เรียบเรียงจาก ลดสารพิษเพื่อสุขภาพด้วยสมุนไพร

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 

        คนเมืองพึงระวังเรื่องสุขภาพ เพราะท่านอยู่ในกลุ่มที่สะสมสารพิษ โรคภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ง่าย

        คนเมืองเป็นกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ ทั้งด้านอากาศ อาหาร น้ำ และร่างกายต้องสะสมสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสารพิษเข้าสู่ร่างกายเป็นประจำทุกวัน ทำอย่างไรคนเมืองจึงจะมีทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีได้ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เลือกไม่ได้เช่นนี้

         สิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำคือใช้สมุนไพรเพื่อการดูแลสุขภาพ ซึ่งสมุนไพรดังกล่าวนี้มีสรรพคุณตามตำราการแพทย์แผนไทยช่วยในการล้างพิษ น่าที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในรูปเครื่องดื่มประจำวัน หรือใช้ในการอาบอบเพื่อช่วยขับพิษในร่างกายได้

        สมุนไพรที่มีสรรพคุณในการล้างพิษที่น่าสนใจมีอยู่หลายตัว เป็นสมุนไพรที่มีรสจืด จากการสอบถามหมอพื้นบ้านหลายท่านที่มีประสบการณ์ในการรักษาผู้ที่กินยาฆ่าแมลง หรือเกษตรกรที่เจ็บป่วย เพราะใช้สารพิษหรือสารเคมีทางการเกษตร รวมถึงผู้ที่ติดยาเสพติด หมอพื้นบ้านใช้สมุนไพรในกลุ่มนี้รักษาซึ่งใช้ได้ผลดี ดังนั้นแม้คนในเมืองจะไม่ไช่กลุ่มคนที่เผชิญกับสารเคมีโดยตรงอย่างเกษตรกร แต่ในกระบวนการบริโภคนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพืชผักที่นำมาประกอบอาหารนั้น ล้วนแต่ผ่านการปลูกด้วยการฉีดยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีเช่นกัน นอกจากนี้วิถีชีวิตประจำวันยังดูดซับสารพิษจากมลภาวะทางอากาศอีกเป็นประจำ จึงอยากเสนอทางเลือกในการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร เพื่อช่วยลดสารพิษในร่างกาย

รางจืด , ว่านรางจืด

รางจืด

 รางจืด

       เป็นสมุนไพรที่รู้จักกันกว้างขวางในเรื่องสรรพคุณช่วยลดสารพิษ โดยเฉพาะบรรดาคอเหล้าทั้งหลายมักนิยมนำไปต้มดื่มเพื่อแก้อาการเมาค้างหรือ ถอนพิษเมาค้าง นอกจากรางจืดตัวนี้แล้ว ยังมีว่านรางจืดอีกตัวที่นิยมอมก่อนไปกินเหล้า เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ไม่เมาเหล้า (แล้วจะกินไปทำไมก็ไม่รู้ให้เปลืองเงิน)

       นอกจากนี้ ชาวบ้านตามชนบททั่วไปยังใช้ถอนพิษเมาเบื่อจากเห็ด โดยส่วนมากชาวชนบทมักจะนิยมเก็บเห็ดไปทาน โดยบางคนก็ไม่มีความรู้ว่าเห็ดที่ตนเก็บมานั้นกินได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้เองที่เรามักพบข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่ามีคนกินเห็ดจนต้องเข้า โรงพยาบาลล้างท้องทุกปี แต่หมอพื้นบ้านเขาต้มล้างจืดให้ดื่มแก้ทางกันไม่นานอาการก็ดีขึ้น

       สรรพคุณของรางจืดตามตำราใช้รากและเถามาปรุงเป็นยาถอนพิษ แก้พิษเบื่อเมา แก้พิษไข้ หรือใช้เป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ส่วนมากจะพบตามร้านขายยาหรือหมอพื้นบ้านที่ใช้รากหรือเถา แต่โดยทั่วไปนั้นจะใช้ใบรางจืดตากแห้งต้มดื่มหรือชงดื่มเป็นชา

      งานวิชาการหรืองานวิจัยเกี่ยวกับรางจืดยังไม่พบมากนัก จริง ๆ แล้วถ้ามีการส่งเสริมการวิจัยสมุนไพรตัวนี้ให้สามารถใช้ได้ ศึกษาเพิ่มเติมทางคลินิกถึงความปลดภัย น่าจะมีอนาคตไกล ที่สำคัญคุณสมบัติอย่างนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนด้วย

วิธีใช้ คัดเลือกใบแก่ ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตากแดดหรืออบให้แห้ง ใช้ต้มดื่มหรือชงแบบชาเป็นประจำเช้า-เย็น วันละ 1 แก้ว

ย่านาง

ย่านาง

 ย่านาง

         เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่รู้จักโดยทั่วไป แต่จะเป็นชาวชนบทส่วนใหญ่ที่ใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพรชนิดนี้ ในตำรายาแผนไทยย่านางเป็นหนึ่งในตำรายาเบญจโลกวิเชียรหรือยาห้าราก ที่มีสรรพคุณโดดเด่นในการถอนพิษไข้

         ย่านางมีชื่อเรียกหลายชื่อ เถาย่านาง เถาวัลย์เขียว หญ้าภคินี ปู่เจ้าเขาเขียว ผักจอยนาง เป็นผักพื้นบ้านอีกชนิดที่มีคุณค่าทางโภชนาการคือมีวิตามินเอและแคลเซียมสูงมาก ๆ และการประกอบอาหารที่ใช้น้ำคั้นจากย่านางนี้เพื่อเป็นการฆ่าฤทธิ์ของสารบางตัวที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ช่วยลดฤทธิ์ขมเฝื่อน ช่วยให้หน่อไม้มีรสชาติหวานอร่อยขึ้น ในขี้เหล็กก็เช่นกัน

        ประโยชน์ทางยานั้นจะใช้ราก ซึ่งมีรสจืด ใช้แก้ไข้ทุกชนิด เช่น ไข้ผิดสำแดง คือ อาการไข้ที่เกิดจากการกินอาหารที่เป็นพิษต่อร่างกาย ไข้พิษ ไข้เหนือ ถือเป็นยากระทุ้งพิษหรือขับพิษไข้ โบราณใช้ใบย่านางต้มกับใบรางจืดให้ผู้ป่วยดื่มและใช้เช็ดตัวเพื่อแก้ไข้ตัวร้อน

       ปัจจุบันย่านางได้รับความนิยมสูงในการนำมาดูแลสุขภาพ ลดความร้อนในร่างกาย โดยเอาน้ำคั้นใบย่านางดื่มหรืออาจคั้นร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ยาเย็นเหมือนกัน เช่น ใบเตย ผักบุ้ง

ผักบุ้ง

 ผักบุ้งไทย

        เป็นผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณโดดเด่นแก้พิษถอนพิษ หมอพื้นบ้านหลายท่านแนะนำให้ใช้น้ำต้มผักบุ้งดื่มเพื่อล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลง หรือในตำรับยาอบและอาบสำหรับรับบำบัดผู้ติดยาเสพติดก็จะมีผักบุ้งเป็นตัวยาหลัก

       ผักบุ้งมีหลายชนิด แต่บ้านเราทั่วไปนิยมบริโภคผักบุ้งจีนเพราะมีสีเขียวอวบ น่ารับประทานและรสชาติค่อนข้างจะหวานกว่าเล็กน้อย แต่ผักบุ้งบ้านเรารสชาติค่อนข้างเฝื่อน นิยมรับประทานแกล้มส้มตำมะละกอ หรือลวกจิ้มน้ำพริก

      สรรพคุณตามตำรายาระบุว่า รากผักบุ้งมีรสจืดเฝื่อน แก้ถอนพิษผิดสำแดง ส่วนลำต้นและใบ มีรสเย็นถอนพิษเบื่อเมา นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเป็นยาฆ่าเชื้อ สามารถรักษาแผลเป็นหนองได้ และลดอาการคันจากพิษแมลงกัดต่อยได้ด้วย

      ในแต่ละมื้อมีผักบุ้งไทยสัก 1 กำมือ รับประทานแกล้มน้ำพริกเป็นประจำทุกวัน ถ้าไม่รับประทานสดก็อาจต้ม แล้วนำน้ำต้มนั้นอย่าทิ้งเด็ดขาด ใช้ดื่มล้างพิษได้ ถ้ารับประทานผักบุ้งทุกวันก็ช่วยลดสารพิษในร่างกายได้แล้วจะในรูปผักสดหรือ ต้มดื่มน้ำก็ใช้ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง

ที่มา : http://www.kroobannok.com/53983

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

วิธีฆ่าไวรัสในแฟลชไดร์ฟ

เรียบเรียงจาก วิธีฆ่าไวรัสในแฟลชไดร์ฟ

 

        ในปัจจุบันนี้เราคงปฎิเธสไม่ได้ว่า แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่งไปแล้ว ซึ่งหลายคนก็ต้องมีพกติดตัวตลอดเวลา พอๆกับการพกโทรศัพท์มือถือ เพราะมันสามารถบันทึกข้อมูลได้เยอะแยะไปหมด ทำให้เราใช้งานง่าย เมื่ออยากได้ข้อมูลที่เครื่องโน้น เครื่องนี้ก็สามรถเสียบแล้วดึงข้อมูลมาได้เลย ซึ่งการกระทำแบบนี้ๆแหละที่ทำให้เจ้าไวรัสตัวร้ายตัวนี้แพร่กระจายไปอย่างง่ายดายหรือเกิน เราจึงต้องหาวิธีการกำจัดเจ้าตัววายร้ายตัวนี้ ก่อนที่มันจะมาทำลายข้อมูลในเครื่องของเรา

       ก่อนที่เราจะกำจัดไวรัสตัวร้ายตัวนี้ไปจากเราได้นั้น เราก็ต้องรู้ก่อนว่าแฟลชไดร์ฟที่เราใช้งานมันทุกวี่ทุกวันนี้ได้ติดไวรัสมาหรือไม่ ขั้นแรกให้ตรวจเช็คแฟลชไดร์ ตามวิธีต่อไปนี้

  1. กด Shift ค้างขณะเสียบแฟลชไดร์ฟประมาณ 10 วินาที

  2. Double Click ที่ My computer

  3. คลิกขวาที่แฟลชไดร์ฟถ้าปรากฎคำว่า Open อยู่บนสุด แสดงว่า แฟลชไดร์ฟไม่มีไวรัส แต่ถ้าปรากฎคำว่า Auto Play อยู่บนสุดแสดงว่ามีไวรัส หรือ  Double Click  ที่แฟลชไดร์ฟ แล้วปรากฎคำว่า Open with ก็แสดงว่ามีไวรัสอยู่เช่นเดียวกัน

      เมื่อเราได้ตรวจเช็คแฟลชไดร์ฟแล้ว ปรากฎว่าแฟลชไดร์ฟนั้นมีไวรัส เรามีวิธีฆ่าไวรัสแบบง่ายๆที่ใครก็สามารถทำได้มาฝากกันดังนี้

  1. Double Click เพื่อเปิด My computer ขึ้นมา

  2. Double Click เพื่อเปิด USB Drive

  3. คลิกเลือก Tools

  4. คลิกเลือก Folder Options

  5. เลือก View

  6. คลิกเลือก Show hidden files and folders

  7. คลิกที่ปุ่ม Hide extensions for known file types เพื่อทำการเลือกออก

  8. คลิกที่ปุ่ม Hide protected operating system files เพื่อทำการเลือกออก  กด Apply แล้วกด OK (จะปรากฎ Folder เป็นเงา ๆขึ้น (นั่นคือไวรัส))

  9. คลิกเลือก Recycled system Volume information Autorlin.inf msvcr71.dll (Folder ไวรัสจะปรากฎขึ้น)

  10. กด Delete เพื่อฆ่าไวรัส

  11. ขั้นสุดท้ายนี้คือการตรวจแฟลชไดร์ฟอีกครั้ง  ว่าไวรัสได้หายไปหรือไม่

       ข้อควรระวัง ในการใช้งานแฟลชไดร์ฟ คือ เราต้องหมั่นอัพเดทโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเสมอ เพื่อเป็นการปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา และเราไม่ควรใช้แฟลชไดร์ฟร่วมกับคนอื่น ถ้าจำเป็นก็ให้ขยันสแกนไวรัส โดยไม่ปล่อยให้มันลุกลาม และมีอาการหนัก  เราขอแนะนำโปรแกรมจัดการกับไวรัส ดังนี้

o      Trend Micro Sysclean Package

o      avast! Virus Cleaner Tool

o      Cureit Scaner for Windows

o      Ad-Aware SE Professional Build 1.06r1

o      ClamWin Free Antivirus Version 0.93.1

o      RemoveIT Pro v4 – SE

     เพียงเท่านี้ เราก็ใช้ แฟลชไดร์ฟ อย่างสะบายใจได้แล้ว โดยไม่ต้องคอยระแวงว่า แฟลชไดร์ฟและคอมพิวเตอร์ของคุณจะโดนไวรัสอีกต่อไป

ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ mthai.com

ที่มา

http://www.kruthai.info/view.php?article_id=2769

http://www.eazydo.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5-format-flash-drive-%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7-format/