Monthly Archives: กรกฎาคม 2013

สถาบันวิจัย เปิดตัว ดอกมะลิพันธุ์ใหม่ ในหลวงพระราชทานนาม มะลิเฉลิมนรินทร์

เรียบเรียงจาก สถาบันวิจัย เปิดตัว ดอกมะลิพันธุ์ใหม่ ในหลวงพระราชทานนาม มะลิเฉลิมนรินทร์

jusmine01
jusmine02

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 

       สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  แถลงข่าวเปิดตัวค้นพบพรรณไม้หายาก พันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า มะลิเฉลิมนรินทร์ ภายในงานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 50 ปี 4-6 สิงหาคมนี้

       วันนี้ (25 กรกฎาคม 2556) นายยงวุฒิ   เสาวพฤกษ์   ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศ ไทย (วว.) ได้แถลงข่าวเตรียมเปิดตัว “มะลิเฉลิมนรินทร์”  โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Jasminum   bhumibolianum  Chalermglin พรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกที่หายากและใกล้สูญพันธุ์  ซึ่งได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2555 โดยมีความหมายว่า “มะลิเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดิน” โดยจะจัดแสดงมะลิเฉลิมนรินทร์ในงานเปิดโลกทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 50 ปี วว. พร้อมได้จัดทำเข็มกลัดมะลิเฉลิมนรินทร์ เพื่อเป็นที่ระลึกเนื่องในวันแม่แห่งชาติ  โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปมอบให้แก่สภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2556 ณ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

       สำหรับพรรณไม้ “มะลิเฉลิมนรินทร์”  ถูกสำรวจพบเมื่อปี 2552 บริเวณเนินเขาหินปูนเตี้ย ๆ ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 715 เมตร ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ไม่สามารถระบุได้ว่าจังหวัดใด เพราะอาจเกิดปัญหาการลักลอบเข้าไปตัดเพื่อจำหน่าย หรือถูกทำลาย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในกรณีต้นชมพูภูคา จำปีสิรินธร หรือ มหาพรหมราชินีแล้ว

       ผู้ค้นพบ คือ ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ วว. ร่วมกับนางสาวรูธ เคียว ผู้เชี่ยวชาญเรื่องมะลิชาวอังกฤษ  ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในหอพรรณไม้ สถาบันวิจัยป่าไม้มาเลเซีย (Forest Research Institute of Malaysia หรือ FRIM) ประเทศมาเลเซีย และได้ร่วมเขียนรายงานเตรียมลงตีพิมพ์ในวารสารการจำแนกพรรณไม้นานาชาติบลูเมีย (Blumea) ของประเทศเนเธอร์แลนด์ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554

jusmine03

       ด้าน ดร.ปิยะ ผู้ค้นพบมะลิดังกล่าว เปิดเผยว่า  มะลิเฉลิมนรินทร์  เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของประเทศไทยที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ จัดอยู่ในสกุลมะลิ วงศ์มะลิ  มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากมะลิพื้นเมืองและมะลิชนิดอื่น ๆ คือ  เป็นไม้เถาเลื้อยได้ไกล 1-2 เมตร  กิ่งยอดเรียวเล็ก  ใบหนา  เหนียวสีเขียวเข้มเป็นมัน ช่อดอกออกที่ปลายกิ่งยอดหรือปลายกิ่งข้าง มีดอกย่อย 7-13 ดอก มีกลีบเลี้ยง แหลม หนาแข็ง ขนาดใหญ่จำนวน 4-5 ซี่ รองรับดอกสีขาวที่มีกลีบดอก 6-8 กลีบ และมีกระเปาะเกสรเพศผู้สีเหลืองเด่นชัด มีผลกลมรี 1-2 ผล เมื่อสุกมีสีดำ ออกดอกบานในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน  ส่งกลิ่นหอมแรง มีผลแก่เดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม  เป็นมะลิที่เจริญเติบโตช้าเมื่อเทียบกับมะลิชนิดอื่น ๆ ในโลก  

ที่ผ่านมา วว. ได้ทำการศึกษาวิธีการขยายพันธุ์มะลิเฉลิมนรินทร์ เพื่อทำการอนุรักษ์พรรณไม้ดังกล่าว พบว่า สามารถใช้วิธีการเพาะเมล็ดและการปักชำเพื่อขยายพันธุ์ไม้ดังกล่าวได้  ส่วนต้นกล้าที่เกิดจากการเพาะเมล็ดจะเจริญเติบโตได้ช้ากว่า เพราะออกดอกได้ต้องใช้เวลาถึง 2 ปีเลย

       อย่างไรก็ตาม ทาง วว. จะนำมะลิเฉลิมนรินทร์ไปต่อยอดไปใช้ประโยชน์ เช่น สนับสนุนในการปลูกเป็นไม้ประดับ สกัดเอาน้ำมันหอมระเหย หรือสกัดหาสารออกฤทธิ์ไปใช้ประโยชน์ เป็นต้น ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญจากหลายด้านมาช่วยกันศึกษาต่อไป

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 

ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/89094

กูเกิลเปิดตัว Nexus 7 รุ่นใหม่ สเปคแรงกว่าเดิม พร้อม Android 4.3

เรียบเรียงจาก กูเกิลเปิดตัว Nexus 7 รุ่นใหม่ สเปคแรงกว่าเดิม พร้อม Android 4.3

Nexus 7-01
Google Nexus 7 (2013) 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Google

       หลังจากมีภาพหลุดและข่าวลือมานานหลายเดือนเกี่ยวกับ Nexus 7 รุ่นใหม่ที่พร้อมจะสานต่อจาก Nexus 7 รุ่นก่อนหน้านี้ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2012 และเป็นแท็บเล็ต Nexus ที่ขายดีมาก ๆ อีกรุ่น ล่าสุด กูเกิลจับมือกับเอซุสอีกครั้ง สานต่อความแรงด้วยการเปิดตัว Google Nexus 7 รุ่นใหม่ ที่มาพร้อม Android 4.3 Jelly Bean เป็นเครื่องแรกของโลก ส่วนด้านสเปคถูกอัพเกรดให้แรงขึ้นกว่าเดิม มาติดตามรายละเอียดกันเลย

Nexus 7-02

Google Nexus 7 (2013)

Nexus 7-03

Google Nexus 7 (2013) 

Nexus 7-04

Google Nexus 7 (2013) 

       สำหรับ Google Nexus 7 รุ่นใหม่ (เวอร์ชั่น 2013) มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 7 นิ้วเท่าเดิม แต่เพิ่มความละเอียดเป็น 1920×1200 พิกเซล (323PPI) ส่งผลให้ Nexus 7 รุ่นใหม่กลายเป็นแท็บเล็ตที่มีหน้าจอความละเอียดสูงกว่าแท็บเล็ตยี่ห้ออื่น ๆ ที่มีขนาดจอใกล้เคียงกันอยู่ในขณะนี้ ส่วนด้านดีไซน์ถือว่าเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยเน้นการออกแบบที่เรียบ ๆ ยิ่งขึ้น รวมถึงพื้นที่ว่างระหว่างหน้าจอและขอบด้านข้างลดลง ทำให้น้ำหนักและขนาดตัวเครื่องบางลงกว่ารุ่นแรกพอสมควร

       ด้านสเปคทางกูเกิลได้เปลี่ยนมาใช้ซีพียูจากค่าย Qualcomm แทน Nvidia มีการอัพเดทซีพียูให้แรงขึ้นกว่าเดิมจาก 1.2GHz เป็น 1.5GHz และเพิ่มแรมเป็น 2GB ส่วนเรื่องกล้องถ่ายภาพ Nexus 7 รุ่นใหม่ได้เพิ่มกล้องถ่ายภาพด้านหลังมาให้แล้วความละเอียด 5 ล้านพิกเซลส่วนกล้องด้านหน้า 1.2 ล้านพิกเซลเหมือนเดิม และในเรื่องของเสียงถูกอัพเกรดเป็นลำโพงสเตอริโอ พร้อมทั้งระบบเสียงรอบทิศทาง และที่พิเศษไปกว่านั้น Nexus 7 รุ่นใหม่ยังมีเวอร์ชั่นที่รองรับการใช้งาน 4G LTE อีกด้วย

Nexus 7-05

Google Nexus 7 (2013) 

       สเปคเบื้องต้นของ Google Nexus 7 (2013) 

 – ระบบปฏิบัติการ Android 4.3 Jelly Bean
– ซีพียู Qualcomm Snapdragon S4 Pro quad-core ความเร็ว 1.5GHz
– จีพียู Adreno 320 400MHz
-แรม 2GB
– หน่วยความจำภายใน 16GB และ 32GB (เพิ่ม microSD ไม่ได้)
– หน้าจอขนาด 7 นิ้ว 1080p HD IPS ความละเอียด 1920×1200 พิกเซล (323PPI)
– กล้องด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล (ไม่มีแฟลช)
– กล้องด้านหน้า 1.2 ล้านพิกเซล
– เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Bluetooth 4.0, MicroUSB port with SlimPort
– รองรับ NFC และชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย
– ลำโพงสเตอริโอ พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง
– รองรับ 4G LTE (เฉพาะในสหรัฐฯ ผ่านเครือข่าย AT&T, T-Mobile และ Verizon)
– ขนาดตัวเครื่อง 200 x 114 x 8.6 มิลลิเมตร
– น้ำหนัก 290 กรัม (รุ่น Wi-Fi) และ 299 กรัม (รุ่น LTE)
– แบตเตอรี่ 3950mAh
– ข้อมูลอื่น ๆ ติดตามได้ที่ www.google.com/nexus

 ราคาของ Google Nexus 7 (2013)

– Google Nexus 7 (2013)  รุ่น Wi-Fi ความจุ 16GB ราคา 229 เหรียญ หรือประมาณ 7,100 บาท
– Google Nexus 7 (2013)  รุ่น Wi-Fi ความจุ 32GB ราคา 269 เหรียญ หรือประมาณ 8,300 บาท
– Google Nexus 7 (2013)  รุ่น 4G LTE ความจุ 32GB ราคา 349 เหรียญ หรือประมาณ 10,800 บาท

       ทั้งนี้ Google Nexus 7 (2013) จะเริ่มวางจำหน่ายผ่าน Play Store ประเทศสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, แคนาดา, สเปน, ฝรั่งเศส, ออสเตรเลียและเกาหลีใต้ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคมเป็นต้นไป รวมถึงเปิดให้สั่งจองออนไลน์ผ่าน bestbuy.com ส่วนในประเทศไทยต้องรอทางเอซุสออกมาประกาศอีกครั้งว่าจะนำ Google Nexus 7 (2013) เข้ามาวางจำหน่ายหรือไม่และช่วงไหน หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะกลับมาอัพเดทให้ทราบกันอีกครั้ง

เครื่องดื่ม ใส่น้ำตาล แต่งกลิ่นและสี..คิดดีๆก่อนเลือกดื่ม!!

เรียบเรียงจาก เครื่องดื่ม ใส่น้ำตาล แต่งกลิ่นและสี..คิดดีๆก่อนเลือกดื่ม!!

coke

       ในบรรดาเครื่องดื่มที่มีขายตามท้องตลาดบ้านเรา เชื่อไหมว่า เกินกว่าครึ่ง เป็นเครื่องดื่มชนิดที่อุดมไปด้วยน้ำตาล ตกแต่งให้ดูน่าดื่มด้วยสีกลิ่น และทำให้อายุการเก็บรักษานาน ๆด้วยการใส่วัตถุกันเสีย พูดอย่างนี้แล้ว คอน้ำอัดลมคงร้อน ๆ หนาว ๆ กันใช่ไหม ใช่ค่ะ..

       ผู้เขียนกำลังหมายถึง เครื่องดื่มตั้งแต่น้ำอัดลม รวมไปจนถึงสารพัดเครื่องดื่มดับกระหาย คลายร้อนต่าง ๆ นานา ที่แทบจะไม่มีส่วนผสมของวัตถุดิบทางธรรมชาติ ในการให้รสชาติเลย ยิ่งกระแสชาเพื่อสุขภาพ ก็ได้ถูกนำมาแอบอ้าง กลายเป็นเครื่องดื่มทั้ง ๆ ที่ ผู้บริโภคแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเครื่องดื่มนั้น ๆ เลยนอกจากพลังงานที่เกินความจำเป็น จากปริมาณน้ำตาลที่มากเกินความพอดี พูดมาเสียขนาดนี้ ผู้เขียนมิได้มีเจตนาให้ร้ายบริษัทผู้ผลิตน้ำอัดลม หรือ เครื่องดื่มรายใดเลยนะคะ เพียงแค่ต้องการให้ใช้เป็นข้อมูลทางเลือก สำหรับผู้ที่รักและใส่ใจสุขภาพในการเลือกเครื่องดื่มที่มีตามท้องตลาด ให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายกันอย่างแท้จริง

       คุณผู้อ่านเคยสังเกตดู ”ฉลากโภชนาการ” ที่กำกับอยู่ด้านข้างๆของขวดเครื่องดื่ม ก่อนเลือกซื้อ เลือกดื่ม กันบ้างไหมว่าเครื่องดื่มเหล่านี้ มีอะไรเป็นส่วนผสมอยู่บ้าง มาดูกันดีกว่าคะว่า เจ้าส่วนผสมเหล่านี้ มีประโยชน์หรือโทษอย่างไรกับร่างกายเราบ้าง

       – น้ำตาล หรือ ไซรัป ส่วนประกอบหลักที่ขาดไม่ได้ และเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของบรรดาเครื่องดื่มเหล่านี้ ผู้อ่านที่รักสุขภาพทั้งหลายคงทราบกันดีอยู่แล้วใช่ไหมว่าเจ้าน้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยเป็นแหล่งพลังงานให้กับร่างกายของเรา แต่ส่วนใหญ่ด้วยวิถีการใช้ชีวิต และการทำงานอย่างเรา ๆ มักได้น้ำตาลที่เกินความพอดีเข้าสู่ร่างกาย จนเป็นที่มาของโรคร้ายหลายโรคและอาการที่ไม่พึงประสงค์ต่อสุขภาพ เช่น ฟันผุ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะโรคเบาหวานนั้นเป็นอันตรายมาก ทำให้ผู้ป่วยลำบากหากไม่มีการควบคุมอาหารการกินอย่างจริงจัง จะทำให้เกิดอาการหัวใจวาย ไตล้มเหลว ตาบอด เนื้อเยื่อเน่า เท้าบวม หมดสติและอาจตายได้

       นอกจากนี้สำหรับบางคน การกินน้ำตาลมากๆ ยังก่อให้เกิดปัญหาทางผิวหนังได้อีกด้วย เช่น เป็นสิวหรือฝีขึ้นมา เพราะเชื้อ อี.คอไล (E. coli) ซึ่งเป็นแบคทีเรียจำพวกหนึ่ง จะทำปฏิกิริยากับน้ำตาลที่ผ่านเข้ามาในลำไส้ ทำให้เกิดสารพิษต่าง ๆ ขึ้น เมื่อสารพิษเหล่านี้ผ่านเข้าสู่กระแสเลือด ก็จะทำให้เกิดอาการทางผิวหนังขึ้นมาได้ เห็นไหมค่ะว่าการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็น มีแต่ผลร้ายที่แสนจะน่ากลัวต่อร่างกาย ว่ากันว่าน้ำอัดลม 1 กระป๋อง มีปริมาณน้ำตาลสูงเทียบเท่า น้ำตาล 8 – 10 ช้อนชาเลย

       – สารเคมีแต่งสี ส่วนใหญ่สารเคมีที่ใช้ในเครื่องดื่มกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มสีสังเคราะห์ ซึ่งเป็นสารแปลกปลอม เมื่อผสมอาหารและรับประทานเข้าไป ในร่างกาย ก็จะเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้เนื่องจากสาเหตุ 2 ประการ คือ 1. อันตรายจากตัวสีเอง เพราะสีทุกชนิดถ้าใช้มากเกินไป จะเป็นอันตรายต่อ ผู้บริโภคไม่มากก็น้อย เนื่องจากเป็นสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย หากร่างกาย ขับถ่ายออกไม่ทัน ก็จะสะสมอยู่ในร่างการแล้วอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ 2. อันตรายจากสารอื่นที่ติดมาเนื่องจากการสังเคราะห์ หรือจากกระบวน การผลิตที่แยกเอาสารเจือปนออกไม่หมด สารดังกล่าวได้แก่ โลหะหนักต่าง ๆ เซ่น โครเมียม แคดเมียม ปรอท ตะกั่ว สารหนู พลวง และเซเลเนียม เป็นต้น โลหะหนักเหล่านี้จะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ และยังเป็นสาเหตุ ของมะเร็งที่อวัยวะอื่น ๆ อีกด้วย จะเห็นได้ว่าสีผสมอาหารนั้นไม่ให้คุณค่าอะไรแก่ร่างกาย และก็ไม่มีความ จำเป็นใด ๆ ที่จะต้องใช้เลย กลับทำให้เกิดอันตรายได้อีกด้วย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง การบริโภคอาหาร และเครื่องดื่มที่มีการใส่สีสังเคราะห์ในส่วนผสมกันดีกว่า

       – สารเคมีแต่งกลิ่น ซึ่งแต่งกลิ่น รสชาติอาหาร ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์มีการแบ่งประเภทโดยผู้บริโภคสามารถอ่านดูได้ที่ฉลากโภชนาการ เป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 วัตถุแต่งกลิ่นรสธรรมชาติ เป็นการนำพืชหรือวัตถุจากธรรมชาติมาสกัด ประเภทที่ 2 วัตถุแต่งกลิ่นรส เลียนธรรมชาติ เป็นการสกัด กลิ่น รส จากพืชหรือวัตถุธรรมชาติโดยวิธีทางเคมี ประเภทที่ 3 วัตถุแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์ ซึ่งวัตถุแต่งกลิ่นสังเคราะห์นั้นเกิดจากส่วนผสมสารเคมี ซึ่งเป็นสารเคมีที่ไม่มีความจำเป็นต่อร่างกาย และหากขบวนการสังเคราะห์ไม่ดี ก็อาจมีสารโลหะหนักตกค้างได้ ไม่ต่างกับสารเคมีแต่งสี

       – วัตถุกันเสีย เป็นสารที่ใช้ใส่ลงในอาหารเพื่อช่วยให้อาหารคงสภาพ  รส  กลิ่น  ไว้ได้นานเหมือนเมื่อแรกผลิต  สารประเภทนี้ได้แก่  สารกันหืน  สารกันบูด  หรือสารป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ซึ่งวัตถุกันเสียที่มักใช้ในกลุ่มเครื่องดื่ม ได้แก่ กลุ่มเบนโซเอท หรือสารเคมีกลุ่มอื่น ๆ ในทางกฏหมายก็มีการกำหนดปริมาณในการใช้ทุก ๆ ชนิด นั่นหมายความว่าเจ้าสารเหล่านี้ จะมีอันตรายต่อสุขภาพเราได้ ซึ่งหากในแต่ละวัน เราได้รับสารกันบูดในปริมาณน้อย ร่างกายจะสามารถกำจัดออกทางปัสสาวะได้ตามปกติ แต่หากได้รับในปริมาณมากทุกวัน ตับและไตจะต้องทำงานหนักขึ้น และหากกำจัดออกไปไม่หมด ก็จะเกิดการสะสมในร่างกาย ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของตับและไตในการกำจัดสารเคมีเหล่านี้ลดลง และอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่อตับและไตได้

       ยังไม่ต้องบรรยายถึงงานวิจัยของสถาบันไหน ๆ ที่รายงานถึงอันตรายจากน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแต่งสี กลิ่น และใส่วัตถุกันเสีย ว่าเป็นสาเหตุให้เกิดโรคร้ายใดบ้าง แค่อ่าน อันตรายจากส่วนผสมดังที่ผู้เขียนได้กล่าวมาก็น่าตกใจแล้วใช่ไหมคะ และข่าวที่เคยได้ยินมาเป็นระยะ ๆ ในการตรวจพบสารอันตรายในน้ำอัดลมยี่ห้อดัง จนเป็นเหตุให้บางประเทศประกาศชัด ให้ผู้ผลิตมีการปรับสูตรการผลิตเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคของประเทศนั้น ๆ วารสารวิชาการ “การระบาดวิทยา ตัววัดความเสี่ยงและการป้องกันมะเร็ง” ของสมาคมวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา รายงานว่า มีการศึกษาพบว่า การดื่มเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีรสหวาน จะทำให้เสี่ยงกับการเกิดเป็นมะเร็งของตับอ่อน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งอังกฤษ (British university) แนะนำว่าวัตถุกันเสียธรรมดาๆ ที่พบในน้ำอัดลม สามารถปิดสวิตซ์การทำงานของ DNA ในร่างกายได้ และอาจจะชักนำไปสู่โรคตับแข็งและโรคพิการต่างๆ เช่นโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s อาการของโรคกระตุก อันเกิดจากสมองพิการ) ดร.โมเสส เอลิซาฟ อายุรแพทย์ หัวหน้าทีมวิจัยจากมหา- วิทยาลัยไอโออันนินา เผยว่า การดื่มน้ำอัดลมมากๆ (โดยเฉพาะ น้ำสีดำ) กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะนอกจากทำลายฟัน ทำให้ กระดูกผุ ส่งผลถึงระบบเมตาโบลิซึม และเป็นสาเหตุของเบาหวานแล้ว ยังก่อให้เกิดภาวะไฮโปคาเลเมียหรือโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ทำให้ กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย ไม่มีแรง จนอาจถึงขั้นอัมพฤกษ์ อัมพาตอีกด้วย

       อ่านมาถึงตรงนี้แล้วผู้เขียนคงฝากเทคนิคง่าย ๆ สำหรับการเลือกบริโภคเครื่องดื่มที่จะบริโภค โดยคุณผู้อ่านควรอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง แต่งสีและกลิ่นสังเคราะห์ และใช้วัตถุกันเสีย กันดีกว่า สำหรับหลาย ๆ ท่านที่ติดน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มประเภทนี้ ก็ควรค่อย ๆ ลด ละ เลิก เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวกันเถอะ

       อย่าลืมนะคะว่า You are what you eat ท่านอะไรบ่อย ๆ ก็จะส่งผลอย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวมาแล้ว และอันตรายเหล่านี้ ไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างเฉียบพลัน จำเป็นต้องใช้เวลาในการสะสมวันละนิด วันละหน่อย จนเกิดโรค และเมื่อถึงวันที่เป็นโรคร้ายขึ้นมา มีเงินมากแค่ไหน ก็ซื้อสุขภาพดี ๆ กลับคืนมาไม่ได้นะคะ เลิกปลอบใจตัวเองด้วยคำพูดที่ว่า “นิดหน่อยเองไม่เป็นอะไรหรอกน่า” และหันมาดื่มเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพกันเถอะ

ที่มา : http://variety.teenee.com/foodforbrain/54531.html

เปิดตัว Nokia Lumia 625 สมาร์ทโฟนวินโดวส์โฟน 8 จอใหญ่ ราคาเบา ๆ

เรียบเรียงจาก เปิดตัว Nokia Lumia 625 สมาร์ทโฟนวินโดวส์โฟน 8 จอใหญ่ ราคาเบา ๆ
Nokia Lumia 625-1
Nokia Lumia 625

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Nokia

        โนเกียยังคงเดินหน้าตามวิถีทางของตัวเอง ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟน Windows Phone 8 ตระกูล Lumia รุ่นใหม่ ๆ ลงตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โนเกียประกาศเปิดตัว Nokia Lumia 625 สมาร์ทโฟน Windows Phone 8 ที่เน้นตลาดมือถือระดับกลางมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ 4.7 นิ้ว รองรับการใช้งาน 4G LTE ด้วยพิเศษราคาไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

Nokia Lumia 625-2

Nokia Lumia 625

Nokia Lumia 625-6

Nokia Lumia 625

Nokia Lumia 625-3

Nokia Lumia 625

       สำหรับ Nokia Lumia 625 ตัวเครื่องยังคงเน้นดีไซน์ตามรูปแบบสมาร์ทโฟนตระกูล Lumia ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 480×800 พิกเซล เสริมความแกร่งด้วยกระจก Gorilla Glass 2 ใช้ซีพียู Qualcomm Snapdragon S4 dual-core ความเร็ว 1.2GHz, แรม 512MB, รอม 8GB, รองรับ microSD card มีกล้องด้านหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ส่วนกล้องด้านหน้าแบบ VGA ตัวกล้องใช้ร่วมซอฟต์แวร์ Nokia Smart Camera ด้านตัวเครื่องสามารถถอดเปลี่ยนฝาหลังได้ มีสีให้เลือกถึง 5 สี แต่ด้วยราคาที่ถูกลงทำให้รุ่นนี้ถูกตัดระบบชาร์จไร้สายและ NFC ออกไป

สเปคเบื้องต้นของ Nokia Lumia 625

 ระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8
 รองรับ 3G และ 4G LTE
 ซีพียู Dual Core Snapdragon S4 ความเร็ว 1.2GHz
 แรม 512MB
 หน่วยความจำ 8GB และรองรับ microSD สูงสุด 64GB
 หน้าจอ 4.7 นิ้ว LCD แบบ WVGA 800 x 480 พิกเซล กระจกหน้าจอ Gorilla Glass 2
 กล้องถ่ายภาพด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกวิดีโอได้ 1080p 30 fps และมีแฟลช LED
 กล้องด้านหน้าแบบ VGA
 มีแอพ Nokia Smart Camera
 ไม่มีระบบชาร์จไร้สายและ NFC
 เชื่อมต่อ Wi-Fi b/g/n, Bluetooth 4.0+LE, GPS + GLONASS
 ฝาหลังมีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีส้ม, สีเหลือง, สีเขียวสด, สีขาว และสีดำ
 แบตเตอรี่ 2,000mAh
 รายละเอียดอื่น ๆ ของ Nokia Lumia 625 คลิกที่นี่ 

       ทั้งนี้ Nokia Lumia 625 จะวางจำหน่ายในราคา 220 ยูโร หรือประมาณ 8,900 บาท(ราคาเมืองนอก) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีน, ยุโรป, เอเชียแปซิฟิก, อินเดีย, ตะวันออกกลาง, แอฟริกาและละตินอเมริกาภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทย ต้องรอทางโนเกียออกมาประกาศวันวางจำหน่ายและราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง สาวกวินโดวส์โฟนอดใจรอกันอีกสักนิดนะจ๊ะ…

คลิป Nokia Lumia 625 – enjoy the view with a big 4.7″ screen โพสต์โดย nokia