Monthly Archives: สิงหาคม 2013

13.7 สนามไฟฟ้า

       เราทราบแล้วว่า ประจุจะมีสนามไฟฟ้า ณ บริเวณโดยรอบของประจุ โดยขึ้นอยู่กับระยะที่ห่างออกไปจากประจุ เราลองมาศึกษาพฤติกรรมหรือบริเวณโดยรอบของประจุไฟฟ้าว่ามีลักษณะอย่างไร การจากใบความรู้ต่อไปนี้กันเลยครับ

จุดประสงค์ของการเรียนรู้

1. นักเรียนสามารถอธิบายสมบัติของเส้นสนามไฟฟ้าของประจุไฟฟ้าบวกและลบได้อย่างถูกต้อง

2. นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะของเส้นสนามไฟฟ้าระหว่างประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันและประจุไฟฟ้าต่างชนิดเมื่อวางไว้ไกล้กันได้อย่างถูกต้อง

13.8.01

13.8.02

13.8.03

13.8.04

13.8.05

13.8.06

13.8.07

13.8.08

13.8.09

13.8.10

13.8.11

13.8.12

13.8.13

13.8.14

13.8.15

13.8.16

หลังจากที่ได้ศึกษาใบความรู้แล้ว เราลองมาตอบคำถามกันดูนะครับ

.

“นอนหลับไม่สนิทเรื้อรัง” พฤติกรรมคนยุคใหม่ เสี่ยงโรคอ้วน-เบาหวาน-หัวใจ

serious

เรียบเรียงจาก “นอนหลับไม่สนิทเรื้อรัง” พฤติกรรมคนยุคใหม่ เสี่ยงโรคอ้วน-เบาหวาน-หัวใจ

       หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมเวลาเราตื่นนอนตอนเช้าถึงมีอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า สมองไม่ฉับไวปลอดโปร่ง ไม่พร้อมทำงาน อาการเหมือนคนนอนไม่เต็มอิ่ม ทั้งๆ ที่ไม่ได้นอนดึก นั่นอาจเป็นเพราะว่า คุณนอนหลับไม่สนิท หรือ การนอนของคุณไม่มีคุณภาพ

       อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพจากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า การนอนหลับถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่ต้องเป็นการนอนอย่างมีคุณภาพ หมายถึงการนอนหลับสนิทอย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง ตื่นมารับวันใหม่พร้อมกับความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และเต็มไปด้วยพลังพร้อมที่จะทำงานในวันนั้นๆ ช่วยให้การทำงานของร่างกาย และสมองเป็นไปได้อย่างปกติและมีประสิทธิภาพ เพราะในขณะที่เรานอนหลับสนิทนั้น ร่างกาย และสมองของเราจะทำงานสัมพันธ์อย่างเป็นระบบเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนสำคัญต่างๆ เช่น โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ฮอร์โมนเมลาโทนิน ที่ส่งผลต่อระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาหลับสนิท ต่อมใต้สมองจะผลิตและหลั่งโกรทฮอร์โมน เพิ่มมากขึ้นหลายเท่า จึงมีผลต่อการเจริญเติบโตโดยเฉพาะในวัยเด็ก กระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย และกระตุ้นให้สร้างโปรตีนเพื่อใช้ซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ให้ทำงานเป็นปกติ แต่การที่ฮอร์โมนเมลาโทนินจะหลั่งได้เต็มที่จะต้องอยู่ในความมืด ฉนั้นจะต้องปิดไฟปิดม่านไม่ให้แสงมารบกวนการหลั่งของเมลาโทนิน

อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช

       อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบว่าคนยุคใหม่โดยเฉพาะวัยทำงาน และวัยเรียน มักจะนอนน้อย หรือนอนไม่พอ ซึ่งอาจเนื่องมาจากปัญหาการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทกันมากขึ้นที่ส่วนหนึ่งเกิดจากความเครียด และความวิตกกังวลจากการทำงาน หรือการเรียน การสอบที่มีการแข่งขันสูง อาจทำให้เกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว บางคนวิตกกังวัลมากจนเก็บมาฝัน ยิ่งฝันยิ่งเครียด และยิ่งนอนไม่หลับ ส่งผลให้สุขภาพย่ำแย่ หงุดหงิดง่าย ประสิทธิภาพของสมองในการเรียนรู้และจดจำถดถอยลง อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อผิวพรรณและทำให้แก่ก่อนวัยอีกด้วย

       ผู้ที่มีคุณภาพการนอนไม่ดี คือนอนไม่เกิน 6 ชั่วโมงต่อคืน จะมีความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคหัวใจเพิ่มขึ้น ภูมิต้านทานลดลง และยังอาจส่งผลให้กินมาก อ้วนง่ายขึ้นอีกด้วย ฉะนั้น เราไม่ควรปล่อยให้ปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ หรืออาการนอนหลับไม่สนิท ทำให้นอนน้อยลงกลายเป็นความเคยชินจนทำลายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว เราควรฝึกเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน ทั้งวันทำงานปกติและวันหยุด ผู้ที่มีความเครียดควรหาวิธีผ่อนคลายและจัดการกับความเครียดของตนเอง เช่น การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือการทำสมาธิ หลีกเลี่ยงการหลับตอนกลางวันนานๆ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนก่อนอน เป็นต้น นอกจากนี้ การรับประทานอาหารหรือสมุนไพรบางชนิด ที่มีส่วนช่วยให้ผ่อนคลายก็จะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น หนึ่งในพืชที่รู้จักกันดีทั่วโลกและนิยมนำมาใช้ก็คือคาโมมายล์ (Chamomile) ซึ่งผลการวิจัยพบว่า อะพิจีนีน (apinegin) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีซึ่งอยู่ในกลุ่มฟลาโวนอยด์จากดอกคาโมมายล์ อาจมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ และช่วยให้รู้สึกสงบ คลายความกังวล ช่วยให้หลับสนิท ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะเด่นที่ทำให้คาโมมายล์เป็นสมุนไพรที่เป็นที่นิยมและถูกนำมาชงดื่มก่อนนอน เพื่อการนอนหลับพักผ่อนอย่างผ่อนคลาย

       ทั้งนี้ เราควรดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งสุขภาพกายให้สมบูรณ์แข็งแรง ดูแลสุขภาพจิตไม่ให้เครียดและวิตกกังวลมากจนเกินไป รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้ทุกๆ วันของคุณเป็นวันที่สดใส มีความพร้อมทั้งพลังกายพลังใจ ที่จะทำงานอย่างมีความสุขต่อไป

ที่มา : http://www.kruthai.info/view.php?article_id=5788