6 นิสัยที่เป็นอุปสรรคสำหรับการลดน้ำหนัก

เรียบเรียงจาก 6 นิสัยที่เป็นอุปสรรคสำหรับการลดน้ำหนัก

6 นิสัยที่เป็นอุปสรรคสำหรับการลดน้ำหนัก

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

       ใครต่อใครต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการเพิ่มน้ำหนักง่ายแสนง่าย แต่ในทางกลับกันการลดน้ำหนักกลายเป็นเรื่องยากไปโดยปริยาย เพราะต้องคอยควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และอาจต้องเปลี่ยนนิสัยบางส่วนด้วย แต่สิ่งเหล่านี้คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้มา เพราะนอกจากจะมีสุขภาพที่ดีแล้วยังทำให้ได้หุ่นฟิตเปรี๊ยะสมชายชาตรี เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองอีกทาง ทั้งนี้หากต้องการให้การลดน้ำหนักเห็นผลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันดีกว่าว่ามีเรื่องอะไรที่ไม่ควรทำ ในขณะที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักบ้าง

 1. ไม่ทานอาหารเช้า 

       อาหารเช้าถือเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุดของวัน เพราะเป็นมื้อแรกที่ร่างกายจะนำพลังงานที่ได้จากสารอาหารไปใช้ หลังจากช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอันยาวนาน ดังนั้นในแต่ละวันควรเติมพลังงานให้กับร่างกายด้วยการทานให้เป็นนิสัย ทั้งนี้ประโยชน์ของการทานอาหารเช้าไม่ได้มีเพียงแค่นั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเมตาบอลิซึม และช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญด้วย

6 นิสัยที่เป็นอุปสรรคสำหรับการลดน้ำหนัก

 2. จัดหนักมื้อใหญ่ 

       การทานอาหารให้ครบตามมื้อที่กำหนดเอาไว้เป็นเรื่องที่ดีอยู่ แต่ทั้งนี้ปริมาณของอาหารในแต่ละมื้อก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับก่อนทาน ไม่ใช่ให้ความสำคัญแค่ความอร่อยเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะคนที่ชอบปล่อยให้ท้องว่างแล้วจัดหนักมื้อใหญ่ทุกครั้ง เพราะวิธีนี้ยิ่งทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่ให้ลองเปลี่ยนมาใช้วิธีแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อย ๆ แต่ทานบ่อย ๆ ให้ท้องอิ่มตลอดเวลาดีกว่า

 3. ทำตามใจตัวเองทุกวัน 

       ความหมายของคำว่าตามใจตัวเองในที่นี้ไม่ได้เจาะจงเฉพาะนิสัยการทานอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันด้วย หากอยากให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพและเห็นผลเร็วขึ้น คุณควรวางแผนสำหรับแต่ละวันเอาไว้ สร้างเป้าหมายให้กับตัวเอง และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด วิธีนี้จะช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้น

6 นิสัยที่เป็นอุปสรรคสำหรับการลดน้ำหนัก

 4. ทานอาหารไม่มีประโยชน์

       ถึงแม้จะได้ขึ้นชื่อว่าอาหารเหมือนกันแต่ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอาหารประเภทของทอด แฮมเบอร์เกอร์ เฟรนฟรายด์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มอาหารที่อันตรายกับร่างกายมาก ๆ เพราะในอาหารเหล่านั้นเต็มไปด้วยไขมันเลว หากทานเข้าไปไขมันเหล่านั้นจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบเมตาบอลิซึม และเป็นสาเหตุทำให้คอเลสเตอรอลสูง

 5. ดื่มน้ำเปล่าน้อย 

       อย่างที่รู้กันดีว่าน้ำเปล่าหรือน้ำสะอาดมีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก นอกจากจะเป็นประโยชน์ในด้านการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำด้วย ดังนั้นควรดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และไม่ควรจะบริโภคของเหลวชนิดอื่นให้มากนัก อย่างเช่น น้ำหวาน ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะส่วนผสมต่าง ๆ โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ จะลดประสิทธิภาพการทำงานของระบบเมตาบอลิซึม

6 นิสัยที่เป็นอุปสรรคสำหรับการลดน้ำหนัก

 6. เน้นอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป 

       สัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับการทานอาหารควรแบ่งให้มีปริมาณเท่า ๆ กันทุกหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ เพราะจะทำให้ร่างกายเสียสมดุล และเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ ได้ง่ายกว่า คนที่สามารถควบคุมปริมาณและสารอาหารให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย

       ทั้งนี้ ในการลดน้ำหนักที่ดีนั้นไม่ควรจะใช้ทางลัดด้วยวิธีผิด ๆ เช่น อดอาหารหรือทานยาลดน้ำหนัก เพราะเป็นการทำร้ายร่างกายโดยไม่รู้ตัวทางที่ดีควรหันมาออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พร้อมกับปรับพฤติกรรมส่วนตัว ดังเช่นข้อมูลที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ดีกว่า เพื่อร่างกายที่แข็งแรงและหุ่นสุดเฟิร์มของเราครับ

ที่มา : http://men.kapook.com/view57388.html

About somporndb

Physics Teacher at Dongbungpisai Navakarn Nusorn School Nadoon District Mahasarakam Province Thailand.

Posted on มีนาคม 8, 2013, in บุคลิกดีสร้างได้, รักษ์สุขภาพ, รู้ทันโรค and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: