ดัดนิสัยกินจุบจิบ สาเหตุสำคัญของความอ้วนฉุ

เรียบเรียงจาก ดัดนิสัยกินจุบจิบ สาเหตุสำคัญของความอ้วนฉุ

ดัดนิสัยกินจุบจิบ สาเหตุสำคัญของความอ้วนฉุ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

เชื่อเลยว่านิสัยกินจุบจิบไม่ได้เป็นกันแต่ในผู้หญิงอย่างเดียว คุณผู้ชายหลาย ๆ คนเองก็มีนิสัยแบบนี้เช่นเดียวกัน อาจไม่ได้มีขนมของกินติดโต๊ะแบบพวกสาว ๆ แต่มักจะออกไปในลักษณะการหาของกินระหว่างมื้อเพื่อประทังความหิว ยามเบรกออกไปหาซื้อกาแฟปั่นเพิ่มวิปครีม น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยวถุงโต ๆ กินเสร็จก็มานั่งทำงานต่อ ไม่ได้ทำงานไปกินไปทีละนิดแบบที่สาว ๆ เขาชอบทำกัน ซึ่งหลาย ๆ คนคงยังไม่มองว่ามันเป็นปัญหา จนกระทั่งพบว่าน้ำหนักตัวเพิ่มเอา ๆ พอ ๆ กับรอบเอวที่ขยายขึ้นจนแทบใส่กางเกงตัวเดิมไม่ได้ คราวนี้จึงต้องเริ่มลดน้ำหนักอย่างจริงจัง แล้วก็พบว่านิสัยกินจุบจิบระหว่างมื้อนี่แหละ ที่เป็นอุปสรรคสำคัญของการลดน้ำหนัก ถ้าอย่างนั้นลองมาดูกันหน่อยว่าจะจัดการกับมันยังไงดี

 1. ดื่มน้ำมาก ๆ

บางทีคุณก็นึกเข้าใจผิดทึกทักไปเองว่า การที่ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า หรือว่าท้องโหวงเหวงนั้นเป็นอาการของความหิว ทั้ง ๆ ที่จริงร่างกายคุณแค่ขาดน้ำเท่านั้นก็เป็นได้ แนะนำว่าให้ลองหันมาจิบน้ำเปล่า หรือชาสมุนไพรที่แต่งความหวานด้วยน้ำผึ้ง แทนที่จะลงไปหาขนมกินหรือซื้อกาแฟดื่มดีกว่า ซึ่งนั่นทำให้คุณได้น้ำตาลและพลังงานเพิ่มมาอีกเพียบ (และแน่นอนเป็นที่สุดว่าหากคุณเผาผลาญพลังงานเหล่านี้ไม่หมด มันก็จะกลายร่างไปเป็นไขมันสะสมไงล่ะ)

 2. ระบายความกลัดกลุ้มกับจิตแพทย์

อ่านแล้วอาจจะงงว่าเรื่องกินจุบจิบไปเกี่ยวกับจิตแพทย์ได้อย่างไร ซึ่งอันที่จริงแล้วมันเกี่ยวกันอยู่นะจะบอกให้ เพราะหลาย ๆ คนใช้การกินเป็นการบำบัดความเครียดหรืออาการเจ็บป่วยทางจิตใจยังไงเล่า กินบ่อยกินถี่ กินได้เรื่อย ๆ ตราบเท่าที่ยังรู้สึกว่ามีความไม่สบายใจอยู่ หากคุณรู้เท่าทันอาการของตัวเอง พาตัวเองไปพบจิตแพทย์ผู้ซึ่งพร้อมจะรับฟังและให้คำแนะนำที่ดีในการแก้ปัญหาดีกว่านะ หรืออย่างน้อยเล่าให้คนรู้ใจ เพื่อนสนิท หรือว่าคนในครอบครัวฟังก็ได้ เพื่อระบายความกลัดกลุ้มในใจออกไป

ดัดนิสัยกินจุบจิบ สาเหตุสำคัญของความอ้วนฉุ

 3. ไม่งดอาหารแบบหักดิบ

เมื่อรู้สึกว่าตัวเองชักจะอ้วนท้วนสมบูรณ์เกินไป หลาย ๆ คนจึงเริ่มควบคุมการกินแบบหักดิบ งดของว่าง งดขนมระหว่างมื้อ งดทั้งแป้งและน้ำตาลโดยสิ้นเชิง (บางคนก็ยอมอดข้าวด้วย) แต่ผลจากการกระทำเช่นนี้ กลับยิ่งทำให้คุณรู้สึกหิวโหยและต้องการมันมากขึ้นไปอีก ในที่สุดอาจพ่ายแพ้ จนกลายเป็นกินอย่างบ้าคลั่งและหยุดตัวเองไม่ได้ ทางที่ดีก็ควรกินอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ รวมทั้งอนุโลมให้ตัวเองกินของหวานที่ตัวเองชอบได้นิด ๆ หน่อย ๆ พอให้หายอยากจะดีกว่า

 4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เอาอีกแล้ว การกินจุบจิบไปเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องการนอนอีกล่ะคราวนี้ เอ้า ลองมาฟังกัน เนื่องจากมีหลักฐานทางการแพทย์พิสูจน์ได้แน่ชัดแล้วว่า การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ (หลับไม่สนิท หลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดคืน) นอนน้อย หรือเป็นโรคนอนไม่หลับ จะส่งผลถึงเรื่องความอยากอาหาร ร่างกายที่พักผ่อนน้อยแต่ต้องบังคับตัวเองให้ตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ จะมีความต้องการน้ำตาล คาเฟอีน และเกลือ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว ส่งผลถึงความอยากอาหารมากหรือบ่อยกว่าปกติ นอกจากนี้การอดนอนยังกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลินออกมามากกว่าปกติ ทำให้เกิดภาวะเครียด และนำไปสู่การกินเพื่อระบายความเครียดในบางรายด้วย

 5. รักษาสมดุลของอาหาร

อาหารบางประเภททำให้คุณรู้สึกอยากมันมากขึ้นอีกหลังจากที่ได้กินเข้าไปครั้งแรกแล้ว อันได้แก่ อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เนื้อแดง น้ำตาลฟอกขาว และเกลือ ซึ่งยังผลมาให้คุณเกิดความอยากมากขึ้นอีกเรื่อย ๆ แม้พื้นที่ในท้องจะถูกเติมเต็มแล้วก็ตาม ในทางกลับกัน อาหารที่คอยรักษาสมดุลความรู้สึกโหยของร่างกายก็มีอยู่ด้วย ได้แก่ ผักและธัญพืชนานาชนิด เพราะฉะนั้นเติมเมนูในแต่ละมื้อของคุณ ด้วยอาหารที่รักษาสมดุลความหิวของร่างกาย ก็จะทำให้คุณรู้สึกอิ่ม และไม่โหยหาของกินจุบจิบมาใส่ปากได้

ดัดนิสัยกินจุบจิบ สาเหตุสำคัญของความอ้วนฉุ

 6. เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การกิน

ไลฟ์สไตล์การกินของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะอาหารจำพวกฟาสต์ฟู้ดนั้นอุดมด้วยแป้งและไขมัน แต่กลับให้คุณค่าทางอาหารน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ซึ่งสามารถส่งผลถึงระบบกลไกความหิวโหยของร่างกาย (โปรตีนสามารถขจัดความหิวได้นานกว่าคาร์โบไฮเดรตและแป้ง) ทำให้หิวเร็ว หิวบ่อย และตามมาด้วยการกินบ่อยขึ้นด้วย

 7. กำจัดความรู้สึกอยาก ด้วยการทำไม่รู้ไม่เห็น

หลายครั้งที่ร่างกายไม่ได้รู้สึกหิว แต่คุณกลับรู้สึกอยากเมื่อเดินผ่านล็อกขายขนมในซูเปอร์มาร์เก็ต จึงอดใจที่จะไม่ซื้อมันกลับมาด้วยไม่ได้ หรือไม่ก็เผลอแกะช็อกโกแลตเข้าปาก เพราะเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะทำงานเท่านั้นเอง หากรู้ตัวว่าเป็นคนพ่ายแพ้ต่อความอยากในรูปแบบนี้ จะเป็นการดีที่สุดที่คุณจะเลี่ยงไม่ให้ตัวเองได้พบเห็นพวกขนมขบเคี้ยว โดยหลีกเลี่ยงการเดินผ่านล็อกขนมหรือร้านของหวาน หรือหากรู้ตัวว่าเผลอซื้อมาก็ให้รีบจำหน่ายจ่ายแจกไปให้เพื่อน ๆ ได้กินด้วยจะเป็นการดี เพราะนอกจากจะเป็นการจำกัดปริมาณการกินของตัวเองได้แล้ว ยังทำให้เพื่อน ๆ รักคุณในฐานะผู้แบ่งปันด้วยนะ

ใครรู้ตัวว่าชักจะติดนิสัยกินจุบจิบ และอยากจะเลิกนิสัยนี้เสียที ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้ดูนะ และที่สำคัญคุณต้องใจแข็งสักหน่อย ตั้งมั่นว่าจะลด ละ เลิก ตัดใจจากมันให้ได้ เมื่อชนะใจตัวเองได้ครั้งหนึ่งแล้ว ความมั่นใจว่าตัวเองต้องทำได้สำเร็จจะตามมาอีกเพียบเลยล่ะ เอ้า ลองสู้กับมันสักตั้ง!

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์กระปุกดอทคอม

http://men.kapook.com/view50316.html

About somporndb

Physics Teacher at Dongbungpisai Navakarn Nusorn School Nadoon District Mahasarakam Province Thailand.

Posted on พฤศจิกายน 25, 2012, in รู้ทันโรค and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: