Review: Samsung Galaxy Note 10.1 ตอน 2

       Samsung Galaxy Note 10.1 กับบทความ Review โดย ป๋าเอก TechXcite กลับมาพบกับทุกท่านอีกครั้งแบบไม่ปล่อยให้ต้องรอนานเพราะของเขาฮอตจริงๆสำหรับอุปกรณ์กึ่งสมาร์ตโฟนกึ่งแท็บเล็ตที่โทรออกได้แถมใช้ปากกาสไตลัสได้อีกอันเป็นจุดขายที่ Samsung Galaxy Note 10.1 ต่างจากสินค้าที่มีวางจำหน่ายอยู่ในตลาดบ้านเราเวลานี้เหลือเกิน
       หลังจากที่ในคราวก่อนป๋ามาเกริ่นไว้คร่าวๆเกี่ยวกับรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกของเจ้า Samsung Galaxy Note 10.1 กันไปแล้ว มาคราวนี้ก็เลยจะขอพูดถึงในส่วนของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ภายในเครื่อง Samsung Galaxy Note 10.1 กันบ้างว่ามีความดีเด่นอย่างไรถึงขนาดที่ป๋าต้องมาแนะนำให้กับชาว TechXcite ได้รับทราบกันเผื่อใครอยากรอจัด Samsung Galaxy Note 10.1 สิ้นเดือนนี้ก็จะได้กำตังค์ไปรอซื้อกันตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2555 ตามร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายของ Samsung กันได้ทันทีนั่นเองจ้า
       ว่าแล้วก็อย่ารอช้าเราไปจัดเต็มกันต่อกับ Review Samsung Galaxy Note 10.1 ภาคสองเรื่องฟีเจอร์ภายในเครื่องกันเลยดีกว่าครับ 🙂
Samsung Galaxy Note 10.1 specifications
Samsung Galaxy Note 10.1 Hi-light Features
S-Pen & S Note
       แน่นอนว่าคงไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับจุดขายหลักของ Samsung Galaxy Note 10.1 ที่จะทำให้แท็บเล็ตของท่านต่างจาก Samsung Galaxy Tab 2 10.1 รุ่นก่อนหน้านี้อย่างชัดเจนนั่นก็คือความสามารถในการรองรับปากกาสไตลัส S-Pen นั่นเอง โดยการกลับมาในคราวนี้ของ S-Pen นั้นต้องบอกว่าเริ่ดสะแมนแตนกว่าใน Samsung Galaxy Note รุ่นต้นฉบับเยอะเพราะได้บริษัท Wacom ผู้ผลิตปากกาสไตลัสระดับโลกมาพัฒนาเทคโนโลยีสุดพิเศษที่จะจำกัดไว้ให้กับ Samsung Galaxy Note 10.1 ด้วย
       ทั้งนี้ปากกาสไตลัส S-Pen ของ Samsung Galaxy Note 10.1 จะมีจุดเด่นอยู่ตรงที่สามารถรองรับแรงกดสัมผัสได้ถึง 1,024 ระดับซึ่งจะช่วยให้การลงน้ำหนักเขียนหรือวาดภาพมีความใกล้เคียงกับปากกาหรือพู่กันจริงๆชนิดแทบแยกไม่ออก (ของ Samsung Galaxy Note ตัวเดิมรองรับได้แค่ 256 ระดับ) โดยภายในปากกา S-Penเวอร์ชันใหม่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Conductive Stylus ซึ่งเมื่อคุณนำหัวปากกาไปจ่อไว้ใกล้ๆกับหน้าจอก็จะเป็นการปิดระบบหน้าจอสัมผัส ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถวางฝ่ามือบนหน้าจอเวลาวาดรูปได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะส่งผลต่อการทำงานของปากกา S-Pen แต่อย่างใดด้วยครับ
       สำหรับระบบการใช้งานของ S-Pen ใน Samsung Galaxy Note 10.1 ก็แอบมีลูกเล่นให้คุณได้แปลกใจด้วยการที่เมื่อใดก็ตามที่คุณหยิบปากกาสไตลัสออกมาช่องเสียบด้านหลังตัวเครื่อง ก็จะมีการเปิดใช้งาน Dock พิเศษที่รวมเอาแอปฯซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ปากกา S-Pen ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เรียกได้ว่าจับปากกายกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็พร้อมทำงานบน Samsung Galaxy Note 10.1 ได้ทันที
       อย่างไรก็ตามต่อให้ปากกา S-Pen จะเทพแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีแอปฯที่ดีมารองรับมันก็ไลฟ์บอย ว่าแล้ว Samsung ก็จัดส่งแอปฯ S Note มาให้ได้ใช้งานกันด้วยในตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 10.1 ซึ่งในคราวนี้ก็มีเทมเพลตแบบต่างๆสำหรับรองรับทั้งการจดงาน, บันทึก, วาดรูปเล่น ไปจนถึงสเกตช์ภาพแบบจริงจังให้เล่นกันในเครื่องอีกเพียบทีเดียว
       อันนี้ภาพวาดน่ารักๆฝีมือคุณบอล กราฟฟิคอาร์ติสต์ในบริษัทป๋าเอง ซึ่งจากปากคำของนักวาดการ์ตูนรายนี้บอกมาว่าการใช้งาน S-Pen บน Samsung Galaxy Note 10.1 สามารถทำได้ดีไม่แพ้สไตลัสของ Wacom จริงๆที่เขาใช้งานอยู่ทุกวันเลยด้วย การลงสัมผัสในการวาดรูปสามารถทำได้เนียนตาไม่ว่าจะหนัก-เบา, เส้นตรงหรือเส้นเฉียงสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าสายศิลปินหรือดีไซเนอร์ที่ชอบวาดรูปบ่อยๆน่าจะถูกใจกันถ้วนหน้าวสมกับที่เป็น Designer Tablet เลยละครับ 🙂
       สำหรับหัวปากกาที่มีให้เลือกใน S Note ก็ค่อนข้างเยอะทีเดียวทั้งปากกา, ดินสอ, พู่กัน หรือมาร์กเกอร์ซึ่งสามารถปรับขนาดหัวปากกาและสีที่ต้องการได้ ที่สำคัญก็คือสามารถตั้งค่า preset สำหรับหัวปากกาที่ใช้บ่อยๆได้ด้วยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาขณะใช้งานครับ
       ขอแถมอีกหน่อยในเมื่อจะใช้ปากกา S-Pen แบบเทพๆโชว์ชาวบ้านเขาก็ต้องเอา 3 ฟีเจอร์นี้มาใช้ด้วยบนSamsung Galaxy Note 10.1 เริ่มต้นกันที่ Formula Match ที่จะแปลงตัวเลขและอักษรต่างๆออกมาเป็นค่าทางคณิตศาสตร์ตามที่เราเขียนโดยอัตโนมัติ…ส่วนโจทย์ตรงนี้ไม่ใช่สมการอะไรนะครับ ไม่ต้องไปแก้เพราะป๋าก็มั่วๆขึ้นมาเอง 555+ (ป๋าห่วยเลขอย่างแรงเลย)
       นอกจากนี้สำหรับคนที่ขี้เกียจคำนวณโจทย์เลขยากๆ Formula Match ยังช่วยให้คุณหาคำตอบของสมการต่างๆผ่านทาง Wolfram Alpha ได้อีกต่างหาก (อันนี้ถ้าจะใช้ต้องต่อเน็ตนะฮะ)
       มาต่อกันที่ Shape Match สำหรับคนวาดรูปเบี้ยวหรือไม่ตรงเป็นประจำ ออปชั่นนี้จะช่วยเปลี่ยนรูปที่คนวาดโยกไปเยกมาให้กลายเป็นรูปที่มีสมดุลทางเรขาคณิตให้ทันที อันนี้น่าจะเหมาะกับคนที่จะวาดรูปกราฟต่างๆอยู่ไม่น้อยทีเดียวแฮะ
       ปิดท้ายกันด้วย Handwriting-to-Text หรือโปรแกรมแปลงตัวอักษรที่เราเขียนให้เป็นตัวพิมพ์ตามต้องการซึ่งงานนี้รองรับทั้งภาษาอังกฤษและไทยด้วย (มีภาษาอื่นอีกนะ) แต่ที่เด็ดสุดคงจะเป็นความสามารถในการแปลงตัวเขียนภาษาอังกฤษ (ตัวที่เขียนหวัดเยอะๆนั่นแหละ) ให้เป็นตัวอักษรได้ซึ่งเพิ่งจะมีการเพิ่มเข้ามาใน S Memo เวอร์ชั่นนี้นั่นเอง
Adobe Photoshop for free
        ถ้าหาก S Memo เป็นตัวแทนของฝั่งผู้ใช้งานที่จะนำ Samsung Galaxy Note 10.1 ไปใช้จดงานหรือวาดรูปตามอัธยาศัยแล้ว Samsung เองก็ไม่ได้ละทิ้งในฝั่งของผู้ใช้งานที่เน้นเรื่องการแต่งภาพระดับ Power User แต่อย่างใด เพราะยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ยังใจดีบันเดิ้ลแอปฯลิขสิทธิ์ Adobe Photoshop Touch มาให้ภายในเครื่องแบบฟรีๆไม่ต้องเสียสตุ้งสตางค์กันด้วย เพราะป๋าจำได้ว่าตัวนี้ขายใน Play Store เองก็แพงไม่เบาระดับ 3-400 บาทโน่นเลย
       แน่นอนว่าในเมื่อพะยี่ห้อว่าเป็นโปรแกรม Photoshop แล้วยังไงเสียเวอร์ชั่นแท็บเล็ตนี้ก็สามารถทำงานได้ดีเด่นไม่แพ้ของ PC หรือ Mac แน่นอน ที่สำคัญก็คือ Adobe Photoshop Touch เวอร์ชั่นนี้ยังไดรับการออกแบบให้สามารถทำงานร่วมกับปากกา S-Pen ของ Samsung Galaxy Note 10.1 ได้เป็นพิเศษอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นการ cut-crop-copy-paste สามารถทำได้อย่างเนียนตามากยิ่งขึ้นเพราะใช้สไตลัสควบคุมด้วย
Polaris Office for free
       พูดถึงฝั่งของผู้ใช้งาน Samsung Galaxy Note 10.1 ในทางสร้างสรรค์หรือครีเอทีฟกันไปเยอะแล้ว คงจะต้องมาบอกเสียหน่อยว่าจริงๆแล้ว Samsung Galaxy Note 10.1 ยังเหมาะกับผู้ที่ใช้แท็บเล็ตในการจัดการด้านเอกสารอีกด้วย เพราะตัวเครื่องเองก็บันเดิ้ลโปรแกรม Polaris Office เวอร์ชั่นแท็บเล็ตตัวเต็มมาให้ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าจะสร้างหรือแก้ไขเอกสารก็สามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อซื้อแอปฯอื่นๆอีกแล้ว
ส่วนนี่คือหน้าตาของคีย์บอร์ดภาษาไทยบน Samsung Galaxy Note 10.1 ครับ 🙂
       อีกหนึ่งความสะดวกสำหรับคนที่ต้องการแคปฯภาพหน้าจอจาก Samsung Galaxy Note 10.1 โดยตรงก็จะมีปุ่มเฉพาะมาให้ทางด้านล่างของหน้าจออยู่ข้างๆกับปุ่ม Recent Apps นั่นแล
       และเมื่อแคปฯภาพจากหน้าจอได้แล้วและต้องการนำภาพไปแปะไว้ในเอกสารของเราก็สามารถทำได้ทันทีด้วยการเรียกปุ่มรูปเอกสารมุมขวาล่างของคีย์บอร์ดขึ้นมา ซึ่งจะรวมเอาภาพที่เราแคปฯหน้าจอไว้มาให้เลือกใส่หรือจัดการในเอกสารของเราตามใจชอบเลยทีเดียว…อั๊ยย่ะ!
True Multitasking
       ด้วยความที่สเปคของ Samsung Galaxy Note 10.1 นั้นบอกได้เลยว่าแรงถึงใจพระเดชพระคุณด้วยการเลือกใช้งาน Quad Core CPU ความเร็วถึง 1.4GHz ผนวกเข้ากับปริมาณ RAM ในเครื่องที่ให้มาถึง 2GB จนอาจเรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดย่อมๆไปแล้วก็เป็นได ทำให้ประสบการณ์การใช้งาน Multitasking บน Samsung Galaxy Note 10.1 นั้นเริ่ดสะแมนแตนจนหาที่เปรียบไม่ได้
       โดยฟีเจอร์ที่จะโชว์ความเทพของสเปคสุดอลังการดังกล่าวก็คงจะหนีไม่พ้นระบบ Multiscreen ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน Samsung Galaxy Note 10.1 สามารถเปิดโปรแกรมรันพร้อมกัน 2 ตัวแบบแบ่งหน้าจอในเวลาเดียวกันได้นั่นเอง
       ทั้งนี้สำหรับฟีเจอร์ Multiscreen จะทำให้คุณสามารถใช้งานโปรแกรมอย่าง S MemoVideo Player,Polaris OfficeGalleryEmail หรือ Internet ได้แบบแบ่งสองหน้าจอพร้อมกัน เรียกได้ว่าถ้าอยากวาดรูปไปด้วยพร้อมทั้งดูต้นแบบในเน็ตไปด้วย หรือจะเพลิดเพลินกับการดูหนังไปพลางเช็คอีเมล์ไปพลางก็สามารถทำได้อย่างลื่นปรื๊ดไม่ต้องกลัวกระตุกละจ้างานนี้
       เรื่องของ Multitasking บน Samsung Galaxy Note 10.1 ยังไม่จบแค่นี้นะครับเพราะเรายังมีอีกหนึ่งฟีเจอร์โชว์ความสามารถของ RAM เทพ 2GB มาให้ดูกันอีกหนึ่งตัวนั่นก็คือ Widget Dock ทางด้านล่างหน้าจอซึ่งถ้าใครใช้งาน Samsung อยู่แล้วคงจะรู้จักกันดีว่าเป็นที่รวมของชอร์ตคัทแอปฯที่ใช้งานกันบ่อยๆในเครื่องเช่น Music Player หรือ Maps เป็นต้น
       แต่ความพิเศษของ Samsung Galaxy Note 10.1 ก็คือ Widget เหล่านี้สามารถเปิดโปรแกรมขึ้นมาในลักษณะเป็นหน้าต่างเล็กๆอารมณ์เหมือนเราใช้ PC แล้วเปิดหลายๆหน้าต่างๆพร้อมกันในจอเดียว ซึ่งก็สามารถสลับใช้งานกันได้อย่างลื่นไหลแถมเปิดหลายๆโปรแกรมพร้อมกันก็ไม่มีอาการกระตุกให้เห็นด้วย (แต่คนเปิดนี่จะมีสมาธิใช้งานหลายๆแอปฯพร้อมกันหรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง 555+)
Great Performance
       ในเมื่อ Multitasking ยังทำได้เริ่ดขนาดนี้ คงไม่ต้องพูดถึงประสิทธิภาพโดยรวมของเจ้า Samsung Galaxy Note 10.1 ซึ่งคงจะถูกใจสายฮาร์ดคอร์ทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งเพราะด้วยสเปคระดับนี้ของ Samsung Galaxy Note 10.1 ก็จะทำให้การใช้งานโปรแกรมที่กินกำลังสูงเช่นการตัดต่อไฟล์ภาพหรือวิดีโอสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่น้อยหน้าโน้ตบุ๊คเครื่องใหญ่ๆเลย
       เช่นเดียวกับสายเกมส์คอกราฟฟิคทีชอบภาพสวยงามตระการตาทั้งหลายรับรองว่าถ้าซื้อ Samsung Galaxy Note 10.1 ไปเล่นเกมส์กันแบบจริงจังก็คงจะถูกใจกันถ้วนหน้ากับความสามารถในการประมวผลที่สุดยอดเหมือนอย่างเกมส์กราฟฟิคเทพขุมพลัง NVIDIA Tegra อย่าง Dead Trigger ในรูปนั่นแล 🙂
       ว่าแล้วป๋าก็ไม่พลาดที่จะนำคะแนนเทสต์ Benchmark ของ Samsung Galaxy Note 10.1 สำหรับผู้ที่เสพย์ติดตัวเลขสเปคเป็นอาจิณ เริ่มต้นกันด้วยโปรแกรม Quadrant ที่ให้คะแนนสูงถึง 4,296 คะแนนจนแทบจะทะลุชาร์ตวัดระดับออกไปไกลแล้ว 555+
       ก่อนจะปิดท้ายด้วยโปรแกรมมาตรฐาน Antutu Benchmark ที่แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพภายในเครื่องSamsung Galaxy Note 10.1 แรงแซงหน้าสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตหลายๆเจ้าในตลาด Android ไปไกลทีเดียว แม้กระทั่ง Samsung Galaxy S III ก็ยังเอาความแรงของ Note 10.1 ไม่อยู่เหมือนกัน ฮี่ๆๆ
Galaxy S3 Flavor
       ถ้าใครที่เคยใช้ Samsung Galaxy S3 อีกหนึ่งความแรงสมาร์ตโฟน Android ของซัมซุงถ้าปรับมาใช้Samsung Galaxy Note 10.1 ก็จะพบกับฟีเจอร์หลายๆอย่างที่หลายคนคงจะคุ้นตากันแล้วไม่ว่าจะเป็น Pop-Up Play หรือการเปิดหน้าต่างวิดีโอที่สามารโยกย้ายไปไหนมาไหนบนหน้าจอพร้อมกับทำงานอย่างอื่นไปด้วยในเวลาเดียวกันนั่นเอง
นอกจากนี้ยังมี Smart Stay เปิดหน้าจอตลอดเวลาเมื่อจ้องหน้าจอเหมือนกันเด๊ะๆ (แต่รู้สึกตัวนี้จะแม่นกว่านะ สงสัยจอใหญ่มั้ง)
Camera Tablet
       แน่นอนว่าสำหรับผู้ที่ชื่นชอการถ่ายภาพด้วยแท็บเล็ต Samsung Galaxy Note 10.1 ก็มาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่ค่อนข้างจัดเต็มทีเดียวกับกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซลสำหรับคุณสาวๆที่ชอบถ่ายรูปตัวเองและกล้องหลัง 5 ล้านพิกเซลสำหรับหนุ่มๆที่อยากเอากล้องไปถ่ายคุณสาวๆด้วย โดยตัวกล้องมาพร้อมกับแฟลช LED และระบบออโต้โฟกัสในตัวด้วยครับ
Big Phone…Little Problem!
       อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ต้องขอเก็บไว้สุดท้ายเพราะเป็นฟังก์ชั่นที่หลายคนไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนไทยใช้กันเยอะ…แต่มันก็เป็นไปแล้วครับพี่น้อง!!! โดย Samsung Galaxy Note 10.1 เครื่องศูนย์ที่จะขายไทยในวันที่ 30 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไปในราคา 21,900 บาทนั้นยืนยันนะครับว่าใช้โทรศัพท์ได้อย่างแน่นอนด้วยแป้นขนาดมหึมาถูกใจคนสายตาไม่ดี และจะมีออปชั่นในการโทรศัพท์ได้ทั้งผ่านหูฟังบลูทูธหรือจะเปิด Speaker เพื่อสนทนากันก็ได้แล้วแต่ความชอบ
      ที่สำคัญก็คือ Samsung Galaxy Note 10.1 เครื่องศูนย์ไทยจะรองรับได้ทั้งเครือข่าย 3G ความถี่ 3G 850/900/1900/2100 MHz ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเครื่องที่ทุกท่านเห็นกันอยู่นี้รองรับเครือข่ายดังๆในบ้านเราทั้งAISDTAC และ TrueMove H ได้อย่างไม่มีปัญหาอีกต่างหาก!!!
       ก็เป็นอันว่าคงจะครบถ้วนกระบวนความกันไปแล้วนะครับสำหรับฟีเจอร์เด่นๆที่ Samsung จัดเต็มมาให้ทุกท่านได้สัมผัสกันใน Samsung Galaxy Note 10.1 ซึ่งจะถูกใจไม่ถูกใจทุกท่านก็คงต้องรอไปสัมผัสตัวจริงกันอีกทีช่วงสิ้นเดือนนี้
       อย่างไรก็ตามบทความ Review Samsung Galaxy Note 10.1 ของ ป๋าเอก TechXcite ยังไม่จบลงง่ายๆแค่นี้เพราะยังมีอีกหนึ่งพาร์ต EP3 ที่ป๋าจะขอมาเปิดใจเกี่ยวกับทรรศนะและความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับ Samsung Galaxy Note 10.1 กันบ้างจากการที่ได้ทดลองใช้งานอยู่ประมาณ 4-5 วันเห็นจะได้ละ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอขอบคุณทาง Samsung ที่สนับสนุนอุปกรณ์ Samsung Galaxy Note 10.1 มาให้ป๋าได้รีวิวก่อนใครด้วยนะครับ
เอาเป็นว่ายังไงป๋าก็ขอเชิญแฟนๆ TechXcite ที่อุตส่าห์ติดตามกันมาถึงขนาดนี้ไปรออ่าน Review Samsung Galaxy Note 10.1 EP3 My Thoughts ในตอนจบอีกไม่นานเกินรอได้ที่ TechXcite เหมือนเช่นเคย…แล้วเจอกันอีกเร็วๆนี้ครับทุกคน 🙂
บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite

http://www.techxcite.com/topic/10710.html

————————————————————

About somporndb

Physics Teacher at Dongbungpisai Navakarn Nusorn School Nadoon District Mahasarakam Province Thailand.

Posted on กันยายน 18, 2012, in ทันโลกไอที and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: