ผลกระทบต่อร่างกายเมื่อเรากินวิตามินน้อยหรือมากเกินไป

ที่มาของภาพ

http://milkcart.in/blog/?p=215

เรียบเรียงโดย
สุนทร   ตรีนันทวัน
ผู้เชี่ยวชาญสาขาเทคโนโลยีการศึกษา สสวท.
สอบถามเพิ่มเติม E-mail : strin@ipst.ac.th

       เราทราบกันดีว่าวิตามินมีประโยชน์ต่อร่างกาย  ซึ่งที่จริงแล้วแหล่งวิตามินที่ดีที่สุด  และจำเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกายของเรา คืออาหารที่เรารับประทานในแต่ละมื้อนั่นเอง  วิตามินที่เรากินกันอยู่นั้น  โดยเฉพาะวิตามินในกลุ่มที่เรียกว่า  แอนติออกซิแดนต์   คือวิตามิน  เอ  ซี  ดี  และ  อี       จากนิตยสารสุขภาพ   ชีวจิต ฉบับที่  206  ปีที่ 9   1 พฤษภาคม  2550  หน้า  88 – 90  บรรจบ กำจัด  โรคภัยไข้เจ็บ: จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อกินวิตามินไม่พอดี  การกินวิตามินนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเรา  เราต้องศึกษาเรื่องนี้ให้เข้าใจ  ถ้ากินน้อยเกินไปหรือไม่กินเลย หรือกินมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดโรคมีผลกระทบแก่ร่างกายได้เช่นกัน

       วิตามิน  เอ ปริมาณของวิตามิน เอ  ที่ร่างกายควรได้รับนั้นประมาณวันละ  4,000 – 5,000  IU (International Unit)  ถ้าเราได้รับวิตามิน เอ  มากหรือน้อยเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้

ที่มาของภาพ

http://www.themalaysiantimes.com.my/vitamin-a-makes-prostate-cancer-more-susceptible-to-chemotherapy

อันตรายต่อการขาดวิตามิน เอ    เช่น
     โรคผิวหนัง   วิตามิน เอ  มีส่วนสำคัญในการรักษาสภาพเยื่อบุผิวหนัง  ถ้าขาดวิตามิน เอ  หรือร่างกายได้รับวิตามิน เอ  น้อยเกินไป  จะทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้น  แห้ง  หยาบกร้าน  โดยเฉพาะบริเวณข้อศอก  ตาตุ่ม  ข้อต่อต่างๆ  นำไปสู่โรคผิวหนังและการติดเชื้อได้ง่าย
     ตาฟาง  วิตามิน เอ  ช่วยในการสร้างสารที่ใช้ในการมองเห็น  หากขาดวิตามิน เอ  จะทำให้การมองเห็นไม่ชัดโดยเฉพาะเวลากลางคืน หรือในบริเวณที่มีแสงสว่างน้อย  ทำให้เยื่อบุตาแห้ง  กระจกตาเป็นแผลได้ง่าย  ในกรณีที่ร่างกายขาดวิตามิน เอ  รุนแรงอาจทำให้ตาบอดได้
     ความต้านทานโรคต่ำ  วิตามิน เอ เป็นตัวสำคัญที่ช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ตามปกติ  การขาดวิตามิน เอ  ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจได้ง่าย  เกิดการอักเสบในโพรงจมูก  ช่องปาก  คอ  และต่อมน้ำลายด้วย

อันตรายจากการกินวิตามิน เอ  มากเกินไป    เช่น  
     แท้งลูกหรือพิการ  หญิงมีครรภ์ที่กินวิตามิน เอ  มากเกินขนาด  มีความเสี่ยงต่อภาวะของทารกใน  ครรภ์คลอดออกมาพิการหรือแท้งได้  เนื่องจากวิตามิน เอ  มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กในครรภ์  ซึ่งอาจจะทำให้เด็กมีความผิดปกติ  กระดูกผิดรูปร่าง  เป็นต้น
     อ่อนเพลีย  การกินวิตามิน เอ  มากเกินครั้งละ  15,000  ไมโครกรัม  จะมีผลทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและอาเจียนได้
     เจ็บกระดูกและข้อต่อ  เบื่ออาหาร  นอนไม่หลับ  ปวดศีรษะ  ท้องผูก   ซึ่งอาการดังกล่าวนี้ เกิดจากกินวิตามิน เอ  มากเกินไป

       วิตามิน ซีโดยทั่ว ๆไปร่างกายต้องการวิตามิน ซี  ประมาณวันละ 60  – 90  มิลลิกรัม  ถ้าหารได้รับวิตามิน ซี  มากหรือน้อยเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้

ที่มาของภาพ

http://www.powervitamins.com/VitaminC.htm

อันตรายจากการขาดวิตามิน ซี     เช่น
     อ่อนเพลีย  เบื่ออาหาร  ปวดตามข้อต่อต่างๆ   และทำให้เกิดความผิดปกติต่างได้อีก  คือ
     แผลหายช้า   วิตามิน ซี  ช่วยในการต่อต้านการอักเสบและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย  ทำให้เส้นเลือดในร่างกายอ่อนแอ  ทำให้บาดแผลที่ขึ้นตามส่วนต่างๆของร่างกายหายช้ากว่าปกติ
     เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย  คุณสมบัติพิเศษของวิตามิน ซี  เป็นตัวต่อต้านสารก่อมะเร็ง และช่วยควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน  ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง  ทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย
     เป็นโรคลักปิดลักเปิด   ในกรณีของเด็กหรือผู้สูงอายุที่ได้รับวิตามิน ซี น้อยกว่าวันละ 10  มิลลิกรัม  อาจทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิด  เป็นโรคโลหิตจาง

อันตรายจากการกินวิตามิน ซี มากเกินไป    เช่น
     เกาต์   วิตามิน ซี  ช่วยในการเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย  การได้รับวิตามิน ซี  มากเกินไป  จะทำให้เกิดปัญหาการสะสมธาตุเหล็กตามกระดูกข้อต่อต่างๆมากขึ้น  ทำให้เกิดโรคเกาต์ได้
     นิ่วในไต   การกินวิตามิน ซี มากเกินไป      อาจไปรบกวนการดูดซึมของทองแดง   และซิลิเนี่ยม  ส่งผลให้มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต และในคนปกติถ้าได้รับวิตามิน ซี  เกินกว่าวันละ  10,000  มิลลิกรัม  อาจทำให้ท้องเสีย  ท้องอืดเฟ้อได้

       วิตามิน ดี  ปกติร่างกายสามารถสร้างวิตามิน ดี  ได้จากใต้ผิวหนังเมื่อได้รับรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตในแสงแดด  ปริมาณวิตามิน ดี ที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน  ประมาณ  200 – 400  IU  และถ้าร่างกายได้รับวิตามิน ดี  น้อย หรือมากเกินไป จะส่งผกระทบต่อร่างกายได้  เช่น

ที่มาของภาพ

http://www.rcuv.org/9-source-of-vitamin-d.html

อันตรายจากการขาดวิตามิน ดี   เช่น
     โรคกระดูกอ่อน  เด็กที่กำลังเจริญเติบโตถ้าขาดวิตามิน ดี  จะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน  เนื่องจากวิตามิน ดี ทำงานร่วมกับแคลเซี่ยม  ในการช่วยควบคุมระดับแคลเซี่ยมในร่างกาย เมื่อขาดแคลเซี่ยมจะทำให้กระดูกอ่อน โค้งงอ  โก่ง หักได้ง่ายนอกจากนี้ทำให้  ท้องเสีย  นอนไม่หลับ  ปัสสาวะบ่อย  ความต้านทานโรคลดลง

อันตรายจากการกินวิตามิน ดี  มากเกินไป  เช่น
     ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง  ถ้าร่างกายได้รับวิตามิน ดี  เสริมมากเกินไป  เช่น ถ้ากิน วิตามิน ดี  วันละ  25 – 50  ไมโครกรัมติดต่อกันนาน  6  เดือน  อาจทำให้เกิดท้องผูกและท้องเสียเรื้อรัง   เบื่ออาหาร  คลื่นไส้ อาเจียน  หัวใจเต้นผิดปกติ  อ่อนเพลีย
     เกิดภาวะแคลเซี่ยมในเลือดสูง   มีผลโดยตรงทำให้ระดับแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัสในร่างกายไม่สมดุล ทำให้แคลเซี่ยมสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกาย  เช่น  ในเนื้อเยื่อ  เลือด  ตับ  ไต  ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคต่างตามมาได้

      วิตามิน อี   สำหรับคนปกติทั่วไป  ร่างกายต้องการวิตามิน อี  ประมาณวันละ  10 – 15  IU  สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการวิตามิน อี เพื่อการรักษาสุขภาพของร่างกายสามารถกินได้มากกว่านี้  แต่ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์โดยตรง

ที่มาของภาพ

http://skincarebylouisa.com/vitamins/vitamin-e/

อันตรายจากการขาดวิตามิน อี  เช่น
     โรคหัวใจกำเริบ  วิตามิน อี ช่วยในการจับสารที่เข้าทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกาย  การขาดวิตามิน อี ทำให้สารเหล่านี้เข้าทำปฏิกิยากับไขมันในเลือด ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆเสื่อมสภาพเร็วขึ้น  นำไปสู้หลอดเลือดแดงแข็ง เกิดก้อนเลือด  เกิดโรคหัวใจได้
     ระบบประสาทมีปัญหา  อาจทำให้เสียหายต่อระบบประสาท  และเป็นโรคโลหิตจางได้  เนื่องจากเซลล์เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย จนทำให้เม็ดเลือดแดงมีอายุสั้นกว่าปกติ

อันตรายจากการกินวิตามิน ดี มากเกินไป  เช่นจะทำให้รู้สึกปวดศีรษะ  กล้ามเนื้ออ่อนล้า  ตาพร่ามัว  อ่อนเพลีย  มีอาการอึดอัดในช่องท้อง  ท้องเสีย  เป็นต้น

     วิตามินทุกชนิดมีทั้งคุณและโทษ  และมีข้อจำกัดในการกินที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล  ดังนั้นก่อนกินวิตามินต้องศึกษาข้อมูล ศึกษาฉลากให้ดี หรือควรปรึกษาแพทย์

…………………………

ขอบคุณข้ิิอมูลจาก

http://edtech.ipst.ac.th/index.php/2011-07-29-04-02-00/18-2011-08-09-06-29-06/403-2012-07-09-04-21-00

                                                                  เว็บไซต์ข้อมูลอ้างอิง
                                                  1. http://www.cheewajit.com/hightlight.asp
                                                  2. http://www.goodhealth.co.th
                                                  3. http://www.pham.chula.ac.th
                                                  4. http://www.tis-foodprocess.net
                                                  5. http://www.wikipedia.org

About somporndb

Physics Teacher at Dongbungpisai Navakarn Nusorn School Nadoon District Mahasarakam Province Thailand.

Posted on กันยายน 13, 2012, in รู้ทันโรค and tagged . Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: