ศิลปะการประพันธ์ในวรรณคดีไทย

ศิลปะัการประพันธ์ในวรรณคดีไทยให้คุณค่าแก่ผู้อ่าน ๓ ประการ คือ

๑. คุณค่าด้านวรรณศิลป์

       วรรณศิลป์ หมายถึง ศิลปะในการประพันธ์ฺหนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย ความงามด้านวรรณศิลป์ มี ๓ อย่างได้แก่ การเล่นเสียง การเล่นคำ และการใช้ภาพพจน์

๑.๑ การเล่นเสียง

       การเล่นเสียง คือ การสรรคำให้มีเสียงสัมผัสเป็นพิเศษกว่าปรกติ เพื่อให้เกิดทำนองเสียงที่ไพเีราะ และเพื่ออวดฝีมือของกวี มีทั้งการเล่นเสียงพยัญชนะ เล่นเสียงสระและเล่นเสียงวรรณยุกต์ เช่น

          บัวบึงตุมตุ่มต้ม           กลางตม

สูงส่งทงทานลม                    ล่มล้ม

แมลงเม้าเม่าเมาฉม               ชมทราบ

รูรู่รู้ริมก้ม                              พาดไม้ไทรทอง 

               (โคลงอักษรสามหมู่ : พระศรีมโหสถ)

       จากคำประพันธ์ข้างต้น มีการเล่นเสียงพยัญชนะ คือ การใช้สัมผัสพยัญชนะหลายพยางค์ติดๆ กัน เช่น ตุม-ตุ่ม-ตุ้ม, ลม-ล่ม-ล้ม, แมลง-เม้า-เม่า-เมา และมีการเล่นเสียงสระ คือ การใช้การใช้สัมผัสสระหลายๆพยางค์ติดๆ กัน เช่น ตุม-ตุ่ม-ตุ้ม (เสียงสระอุ), เม้า-เม่า-เมา (เสียงสระเอา) ทั้งมีการเล่นเสียงวรรณยุกต์ คือ การใช้คำที่ไล่ระดับเสียง ๒ หรือ ๓ ระดับเป็นชุดๆ ไป เช่น ตุม-ตุ่ม-ตุ้ม (สามัญ-เอก-โท), รู – รู่ – รู้ (สามัญ-โท-ตรี)

………………………………………………………………………………..

๑.๒ การเล่นคำ

       การเล่นเสียง คือ การสรรคำมาเรียงร้อยในคำประัพันธ์โดยการพลิกแพลงให้เกิดความหมายพิเศษและแปลกออกไปจากที่ใช้กันอยู่ เช่น

          “ัหัวลิงหมากเรียกให้           ลางลิง

ลางลิงหูลิงลิง                               หลอกขู้

ลิงไต่กระโดดลิง                           ลิงห่ม

ลิงโลดฉวยชมผู้                           ฉีกคว้าประสาลิง

                (กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง : เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร)

       คุณค่าทางวรรณศิลป์จากคำประพันธ์ข้างต้นก็คือ การเล่นคำว่า “ลิง” มี “หัวลิง” ที่หมายถึง ไม้เถาชนิดหนึ่ง, “หมากลางลิง” หมายถึง หมากลิง, “ลางลิง” และ “กระไดลิง” หมายถึง ไม้เถา สามารถสื่ออารมณ์ของกวีมาสู้ผู้อ่านได้อย่า่งไพเราะ

………………………………………………………………………………..

๑.๓ การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี

       ภาพพจน์ คือ ถ้อยคำที่เป็นสำนวนโวหารทำให้นึกเห็นภาพ หรือถ้อยคำที่เรียบร้อยอย่างมีชั้นเชิงเป็นโวหารมีเ้จตนาให้มีประสิทธิภาพต่อความคิด ความเข้าใจ ให้จินตนาการและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างกว้างขวางลึกซึ้งกว่าการบอกเล่าที่ตรงไปตรงมา

ประเภทของภาพพจน์

       ๑.อุปมา คือ การเปรียบเทียบโดยการนำของ ๒ สิ่งที่ต่างกันมาเปรียบเทียบกัน มักมีคำว่า เหมือน ดัง ดุจ เฉก ราว(กับ) ปาน ประหนึ่ง เพียง กล คล้าย เชื่อม เช่น

“อันชายพูดคล่องคล่องเหมือนน้ำ        ถ้อยคำว่าวอนล้อมอ่อนหวาน

พอเบื่อหน่ายวายหลงนงคราญ             ก็ทิ้งไปได้ปานผกาโรย”

“พันลึกล่มลั่นฟ้า    เฉกอสุนีผ่าหล้า    แหล่งเพี้ยงพกพัง    แลนา”

………………………………………………………………………………..

       ๒.อุปลักษณ์ คือ การเปรียบเทียบโดยเปรียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง คำที่ใช้เปรียบเทียบได้แก่คำ เป็น คือ เท่า เรียกให้เข้าใจง่ายว่า “การเปรียบเทียบ” เช่น

“ดูปราสาทราชวังเป็นรังกา”

“หน้าบานเป็นจานเชิง”

“พระธิดาคือดวงจันทร์ พระโอรสคือพระอาทิตย์”

………………………………………………………………………………..

       ๓.อติพจน์ คือ การกล่าวเกินความจริงเพื่อเน้นข้อความให้มีน้ำหนักยิ่งขึ้นและให้มีความรู้สึกเพิ่มขึ้น เช่น

“ฉันรักคุณเท่าฟ้า”

“ฉันรอเธอมาตั้งโกฏิปีแล้ว”

“ดูผิวสินวลละอองอ่อน  มะลิซ้อนดูดำไปหมดสิ้น”

………………………………………………………………………………..

       ๔.บุึคคลวัต หรือ บุคลาธิษฐาน คือ การทำให้สิ่งต่างๆ ที่ไม่ใช่มนุษย์ทำกิริยาอาการหรือมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ เช่น

“ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลี่ยวกลอก”

“ผีเสื้อก็หันไปหยอกล้อกับทานตะวันแสนสวยซึ่งอ้อยอิ่งชม้ายตาอยู่กับสนหนุ่ม”

………………………………………………………………………………..

       ๕.สัทพจน์ คือ ภาพพจน์ที่ล้อเลียนเสียง (สัท = เสียง) หรือแสดงลักษณะอาการต่างๆ อาจเป็นการเลียนเสียงธรรมชาติ เสียงสัตว์ร้อง เสียงเครื่องดนตรี เสียงเครื่องใช้ หรือลักษณะอาการต่างๆ เช่น

“น้ำพุพุ่งซ่าน ไหลมา ฉ่าฉ่าน เห็นตระการตา มันดัง จ๊อกโครม จ๊อกโครม มันดัง จ๊อก จ๊อก จ๊อก จ๊อก โครม โครม” (เสียงธรรมชาติ)

“ทั้งยุงชุมรุมกัดปัดเปรี๊ยะประั เสียงผั๊วผะพึ่บพับปับปุบแปะ” (ลักษณะอาการนาม)

………………………………………………………………………………..

       ๖.นามนัย คือ การใช้ชื่อส่วนประกอบที่เด่นของสิ่งหนึ่งแทนสิ่งนั่นๆ ทั้งหมด และส่วนประกอบดังกล่าวกับสิงนั้นมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกัน เช่น

“ถ้าแพ้ลงคงปรับนับทวี เลือดเนื้อเท่านี้เป็นเงินทอง” คำว่า “เลิือดเนื้อ” ใช้กล่าวแทนชีวิต

“ขุดเผือกมันสู่กันมาตามจน พักร้อนผ่อนปรนมาในป่า” คำว่า “เผือกมัน” ใช้กล่าวแทนอาหาร

………………………………………………………………………………..

๒. คุณค่าสติปัญญา

       ในการอ่านวรรณคดีเรื่องต่างๆ จะทำให้เราเป็นคนฉลาดรอบรู้มากขึ้น ที่ว่าอ่านเพื่อ “ประเทืองปัญญา” นั่นเอง ซึ่งทำให้เราได้ข้อคิด ข้อเตือนใจหรือแนวทางในการดำเ้นินชีวิตต่างๆ แล้ว ยังทำให้เราเข้าใจชีวิตมนุษย์ได้มากขึ้นทั้งในด้านค่านิยม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนความเชื่อ รวมทั้งรู้ัจักธรรมชาติรอบๆ ตัวอีกด้วย ตัวอย่า่งเช่น

       “เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก        จะำไำด้ยากโหยหิวเพราะชิวหา

แม้นพูดดีมีคนเ้ขาเมตตา                          จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ”

                                                                             (สุภาษิตสอนหญิง : สุนทรภู่)

คำประพันธ์ข้างต้นเป็นการให้คติข้อคิด ข้อเตือนใจในเรื่องการพูด

………………………………………………………………………………..

         “ต้นร้ิอยลิ้นอินจันทน์ขนันขนุน                     หอมกลิ่นกรุ่นตูมตาดมะหาดเหียง

ฝางฝรั่งทั้งอินทนิลพะเนียง                                  เสลาเสลี่ยงแสลงพันกรายกันเกรา

กระถินกระทุ่มตุ่มกามณฑาเทศ                             ตะโกเืทศแก้ววอกตามซอกเขา

เคี่ยมคล้อเขลงเต็งตะเคียนกระเบนกระเบา              เข็มขัดเค้าสายหยุดพุดพะยอม” 

คำประพันธ์ข้างต้นเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับชื่อต้นไม้ไทยนานาพรรณ

………………………………………………………………………………..

๓. คุณค่าด้านอารมณ์

       อารมณ์ หมายถึง ความรู้สึกทางใจที่เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งเร้า เช่น รัก โกรธ โศกเศร้า สนุกสนาน ขบขัน อารมณ์ต่างๆ เหล่านี้มักสอดแทรกอยู่ในวรรณคดี ซึ่งสามารถทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์สะเทือนใจไปตามเรื่องที่อ่านได้ เช่น

“…นางเงือกน้ำกำสรดสลดจิต       สุดจะคิดคับทรวงดวงสมร

จะทานทัดขัดไว้มิให้จร                สุดสาครของแม่จะแดดาล

นางดูหน้าอาลัยใจจะขาด             ดังฟ้าฟาดทรวงแยกให้แตกฉาน

สะอื้นอั้นตันใจอาลัยลาญ             แสนสงสารโศกาแล้วว่าพลาง…”

                                                                          (พระอภัยมณี : สุนทรภู่)

       คำประพันธ์ตอนนี้ให้อารมณ์สะเทือนใจในด้านความโศกเศร้า เพราะเป็นการพรรณนาถึงการจากกันระหว่างแม่ (นางเงือก) กับลูก (สุดสาคร)

………………………………………………………………………………..

“…เมียจะตายตามผัวกลัวผีหลอก       กลัวหายใจไม่ออกเมื่ออาสัญ

จะโจนน้ำให้ตายไปตามกัน               ก็กลัวจระเข้มันจะคาบไป

เมียจะเชือดคอตายเสียหลายครั้ง       แต่รอรั้งกลัวเจ็บไม่เชือดได้

จะผูกคอหาเชือกมาเตรียมไว้           เชือกก็ใหญ่กลัวจะรัดมัดต้นคอ…” 

                                     (เสภาเรื่องขุนข้างขุนแผน)

       คำประพันธ์ตอนนี้ให้อารมณ์ขบขันแก่ผู้อ่าน เป็นตอนหนึ่งที่นางศรีประจัน รำพึงถึงพันศรโยธาสามีของตน

………………………………………………………………………………..

test

แบบทดสอบท้ายกิจกรรม

       คำอธิบาย ให้นักเรียนอ่านบทประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามต่อไปนี้มาให้เข้าใจโดยละเอียด

ข้อ 1. คุณค่้าด้านวรรณศิลป์ คืออะไร แล้วจงยกตัวอย่า่งความงามด้านวรรณศิลป์ มา 3  อย่าง

……………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………….

ข้อ 2 จงพิจารณาประโยคต่อไปนี้ “บัดนี้เห็นท่วงทีกิริยาเจ้าเปลี่ยนแปลก เล่ห์ประหนึ่งพึ่งมาเป็นแขกไม่คุ้่นเคย ไฉนจึงแกล้งนั่งเฉยให้เหินห่างเหมือนผู้อื่นฉะนี้” นักเรียนคิดว่าเป็นการใช้ภาพพจน์แบบใด และมีความหมายว่าอย่า่งไร

……………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………….

ข้อ 3. จงพิจารณาประโยคต่อไปนี้ “กลางคืนคอยเป็นควันอัดอั้นไว้  ครั้นกลางวันก็เป็นไฟไปทุกอย่าง”  นักเรียนคิดว่าเป็นการใช้ภาพพจน์แบบใด และมีความหมายว่าอย่า่งไร

……………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………….

ข้อ 4. จงพิจารณาประโยคต่อไปนี้ “สองเนตรงามกว่ามฤคิน นางนี้เป็นปิ่นโลกา”  นักเรียนคิดว่าเป็นการใช้ภาพพจน์แบบใด และมีความหมายว่าอย่า่งไร

……………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………….

ข้อ 5. จงพิจารณาประโยคต่อไปนี้ “ถึงเมืองพอมีที่จะอยู่ ก็มาจู่จากซ้ำน้ำตาตก”  นักเรียนคิดว่าเป็นการใช้ภาพพจน์แบบใด และคำว่า “น้ำตา” ใช้กล่าวแทนสิ่งใด

……………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………….

ให้นักเรียนตอบคำถามลงในช่องแสดงความคิดเห็นต่อไปนี้

  1. วิทวัฒน์ แก้วสีไว

    ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์ฺหนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  2. ด.ญ สุพรรณี ค้มไพฑูรย์

    ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์ฺหนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  3. ด.ญ รัตน์ติยา พุทธสำราญ

    ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์ฺหนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  4. ด.ญ จุฑามาศ วิชานนท์

    ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์ฺหนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  5. ตอบ ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ตอบ ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ตอบ ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ตอบ ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ตอบ ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

    • ตอบ ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
      ๑. การเล่นเสียง
      ๒. การเล่นคำ
      ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
      ตอบ ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
      ตอบ ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
      ตอบ ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
      ตอบ ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาใช้กล่าวแทนความทุกข์ น้ำตาหมายความว่าน้ำหรือสารคัดหลั่ง ที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงดวงตาให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ว่า

  6. นางสาว อรทัย เลิศล้ำ

    ตอบ ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ตอบ ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ตอบ ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ตอบ ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ตอบ ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  7. นางสาว สุวิมล จันทวายศ

    ตอบ ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ตอบ ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ตอบ ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ตอบ ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ตอบ ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  8. คำภีร์ มีบุญมาก ชั้น 3/1 เลขที่ 2

    ข้อ1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี

    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  9. จันทร์จิรา สิงมาดา

    ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือได้แก่ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  10. จิราวรรณ ทองแจ่ม ชั้น 3/1 เลขที่ 32

    ตอบ ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ตอบ ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ตอบ ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ตอบ ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ตอบ ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  11. หฤดี จันทิ

    ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือได้แก่ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  12. ตอบ ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    1. การเล่นเสียง
    2. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    3. การเล่นคำ
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  13. ณัฐวัช ศรีสุข

    ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือได้แก่ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  14. นนท์ธวัช ศรีสุข

    ตอบ ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    1. การเล่นเสียง
    2. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    3. การเล่นคำ
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  15. ตอบ ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    1. การเล่นเสียง
    2. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    3. การเล่นคำ
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  16. อาภาพร เมืองเฉลิม 3/2 เลขที่ 25

    ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์ฺหนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  17. ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์ฺหนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  18. ข้อ1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี

    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  19. ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือได้แก่ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  20. ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือได้แก่ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  21. เด็กหญิง ศรัญญา พานิช ชั้นม.3/1 เลขที่29

    ข้อ 1 ศิลปะการประพันธ์หนังสือในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆได้ง่าย
    1 การเล่นเสียง
    2 การเล่นคำ
    3 การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้แบบ อุปมา หมายความว่า กล่าวถึงคนๆหนึ่งที่ไม่เหมือนเดิมทั้งกิริยาท่าทางก็เปลี่ยนไปเหมือนไม่เคยรู้จักกัน
    ข้อ 3 ใช้แบบ อุปลักษณ์ หมายความว่า เปรียบกับความคิดของคนที่คิดมากมีความรู้สึกกระวนกระวายใจเหมือนว่ามันจะระเบิดออกมา
    ข้อ 4 ใช้แบบ อติพจน์ หมายความว่า กล่าวถึงผู้หญิงที่มีความงามงามยิ่งกว่าสิ่งใด
    ข้อ 5 ใช้แบบ บุคคลวัต น้ำตาหมายความว่า สิ่งที่ไม่ดี ไม่เป็นมงคล

  22. เด็กหญิง อาภาศิริ แท่นประทุม

    ข้อ1 เป็นศิลปะการประพันธ์หนังสือมีการใช้ถ้อยคำในการสื่อสารเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าถึงรสของวรรณคดี
    1 การเล่นเสียง
    2 การเล่นคำ
    3 การใช้ภาพพจน์
    ข้อ2 ใช้อุปมา มีความหมายว่า เจอกันในตอนนี้เห็นว่าทีท่าของคนที่เคยรักเปลี่ยนไปทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน
    ข้อ3 ใช้อุปลักษณ์ มีความหมายว่า เวลากลางคืนมืดมิดเปรียบเสมือนมีควันมาบดบังจะทำอะไรก็ยากไปหมด แต่เวลากลางวันสว่างไสวจะทำอะไรก็ทำง่ายเปรียบเสมือนไฟอันร้อนแรง
    ข้อ4 ใช้อติพจน์ มีความหมายว่า เธอช่างสวยงามกว่าสิ่งอื่นใดในโลกแม้กระทั่งดวงตาทั้งสองข้างยังสวยกว่าทุกอย่างเลย
    ข้อ5 ใช้บุคคลวัต น้ำตามีความหมายว่า ความเศร้าโศกเสียใจ ความอาลัยกับสิ่งที่เสียไป

  23. ตอบ ข้อ1 วรรณศิลป์ หมายถึง ศิลปะในการประพันธ์ฺหนังสือความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ
    1 การเล่นเสียง 2 การเล่นคำ 3 และการใช้ภาพพจน์
    ตอบ ข้อ2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ตอบ ข้อ3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่ออกจากบ้านทำตัวอย่างกับคนละคน
    ตอบ ข้อ4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า หญิงผู้คนนี้งามกว่าใคร งามจนไม่มีผู้ใดมาเปรียบได้
    ตอบ ข้อ5 นํ้าที่ไหลออกจากนัยน์ตาไนเวลาที่ดีใจหรือเสียใจ

  24. ตอบข้อ 1 ศิลปะในการประพันธุ์หนังสือเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่ายขึ้นใช้ถ้อยคำที่มีคุณค่าเเละความงาม
    1 การเล่นเสียง
    2 การเล่นคำ
    3 และการใช้ภาพพจน์
    ตอบข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า จากคนที่เคยรักกันก็ทำเป็นไม่สนใจกันทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
    ตอบข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า คนคนหนึ่งต่อหน้าเขาอาจจะเป็นคนดีเเต่ข้างในกับตรงข้ามกับคนดี
    ตอบข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า เป็นผู้หญิงที่สวยจนไม่มีอะไรมาเปรียนเทียบได้
    ตอบข้อ 5 บุคคลวัต หมายความว่า เป็นน้ำตาที่กลั้นออกมา ด้วยความเสียใจ

  25. ตอบ ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    1. การเล่นเสียง
    2. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    3. การเล่นคำ
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  26. สนธยา บุตรสิงห์

    ข้อ1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือ ได้แก่ ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี

    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  27. ธนโชติ พิมพ์โทสี

    ข้อ 1 ศิลปะในการประพันธ์หนังสือได้แก่ความงามในการใช้ถ้อยคำเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงรสของวรรณคดีนั้นๆ ได้ง่าย
    ๑. การเล่นเสียง
    ๒. การเล่นคำ
    ๓. การใช้ภาพพจน์ในวรรณคดี
    ข้อ 2 ใช้ อุปมา หมายความว่า นานที่เริ่มห่างเหินเหมื่อนคนไม่รู้จักกันแกล้งทำนิ่งเฉย
    ข้อ 3 ใช้ อุปลักษณ์ หมายความว่า เวลาอยู่บ้านสงบเรียบร้อย แต่เวลาออกข้างนอกทำตัวแรง
    ข้อ 4 ใช้ อติพจน์ หมายความว่า นางผู้นี้งามกว่าใครทั่วไป งามดั่งไม่มีไรมาเปรียบ
    ข้อ 5 ใช้ บุึคคลวัต น้ำตาหมายความว่า ความเจริญของน้ำ

  28. ก๊อปกันมาตอบเก่งจังเลยเด็กไทย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 1,074 other followers

%d bloggers like this: